สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

กากมันสำปะหลัง ของเหลือที่สร้างมูลค่าได้

กากหรือเศษที่เหลือจากอุตสาหกรรมแป้งมันที่ได้จากมันสำปะหลัง ในแต่ละปีประเทศไทยเรามีการผลิตมันสำปะหลังจำนวนมากเพราะเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เป็นแหล่งของสารอาหารประเภทแป้งและพลังงาน แม้กระทั่งกากก็ยังมีคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารสัตว์ เพราะมีราคาย่อมเยากว่าข้าวโพดและวัตถุดิบอื่นๆ หลายประเภท แต่ก่อนที่จะชวนคุยในเรื่องการใช้ประโยชน์เรามาทำความรู้จักของเหลือมากมูลค่าชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

มันสำปะหลัง เป็นพืชประเภทหัว เป็นแหล่งอาหารที่ให้โภชนาการคาร์โบไฮเดรตและพลังงานสูง  ส่วนกากของพืชชนิดนี้ ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 8803-2561 ของ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า “กากมันสำปะหลังเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังซึ่งยังคงมีคุณค่าทางอาหารอยู่โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นคาร์โบไฮเดรทที่ย่อยง่าย (Nitrogen free Extract-NFE) ประมาณ 65-70 เปอร์เซ็นต์ สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้” โดยได้ให้คำนิยามไว้ว่า “ กากมันสำปะหลัง (tapioca residue/ tapioca by product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งอาจอยู่ในสภาพเปียก หรือ แห้ง (ผงและอัดเม็ด)”

กากมันสำปะหลัง ของเหลือที่สร้างมูลค่าได้

โดยทั่วไปกระบวนการในโรงงานผลิตแป้ง จะนำมันสำปะหลังล้างทำความสะอาด ก่อนที่จะบดโม่จนได้ผลผลิตเป็นแป้งและกาก ส่วนของน้ำที่ได้จะพักไว้ให้ตกตะกอนเองหรือจะนำเข้าเครื่องแยกเพื่อกระชับเวลาในการแยกส่วนประกอบของแป้งและน้ำออกจากกัน แล้วจึงนำไปผ่านกระบวนการความร้อนและบดละเอียดอีกครั้งเพื่อได้ผลผลิตแป้งมันสำปะหลัง ส่วนกากที่เหลือโรงงานจะขายในราคาประหยัด

เรามักจะพบในฟาร์มปศุสัตว์หลายแห่งใช้กากมันสำปะหลังมาเป็นส่วนหนึ่งของสูตรอาหารสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นในการเลี้ยงหมู ที่มักนำมาเลี้ยงหมูอุ้มท้องและนำมาใช้เลี้ยงหมูขุน  ส่วนสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างและกระบือจะนำมันแห้งมาใช้ผสมในอาหารสำเร็จรูปในอัตราร้อย 10-30 ตาม Total mixed ration โดยคำนวนตามโภชนะที่สัตว์ต้องการ นอกจากนี้ยังถูกนำมาใช้แทนปลายข้าวในการเลี้ยงปลาน้ำจืดบางประเภท และยังนำมาใช้เป้นอาหารไก่เนื้อและไก่ไข่ โดยจะถูกนำมาไปปรับปรุงให้ได้สัดส่วนกับอาหารที่ให้คุณค่าสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมัน ให้เหมาะสมกับช่วงวัยของสัตว์แต่ละประเภท เพื่อที่จะได้ผลผลิตที่ได้คุณภาพมาตรฐานที่ตลาดต้องการ แต่การที่จะนำกากมันสำปะหลังมาใช้เพื่อเป็นอาหารสัตว์นั้นจะต้องคำนึงถึงมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ จะต้องมีคุณภาพโดยไม่พบเชื้อราที่มองเห็นด้วยตาเปล่า และไม่พบสิ่งแปลกปลอมรวมทั้งปริมาณความชื้น ปริมาณแป้ง ปริมาณเยื่อใย รวมทั้งการบรรจุ การนำส่ง เอกสารรับรองและสุขลักษณะที่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตรด้วย

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook