สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ขนุน ผลไม้ที่ปลูกได้ทั่วไทย รสชาติอร่อย

ขนุน ภาษาอังกฤษ เรียกว่า jackfruit ปลูกได้ในทุกภาคของประเทศไทย เลยมีชื่อเรียกในแต่ละภาคแตกต่างกันไป แต่ถ้าเอ่ยคำว่า “ขนุน” ภาคไหนก็รู้จักกันครับ บ้านเรือนส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นขนุนไว้ในบ้าน ด้วยความเชื่อที่ว่า การปลูกต้นขนุนไว้ในบ้านจะมีคนสนับสนุนค้ำจุน อีกทั้งขนุนยังมีอิทธิพลต่อความเชื่ออันเป็นมงคลหลายอย่าง จนถูกนำไปประกอบพิธีมงคลหลายอย่าง ทั้งบวชนาค แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ไปจนถึงงานกฐิน กันเลยครับ

ขนุน เป็นผลไม้ที่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องการอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นพืชทำเงินที่เป็นเสือซุ่ม คนปลูกก็ค่อยๆ ปลูกไปไม่กระโตกกระตาก แต่รายได้งดงามกว่าที่เราจะคาดคิด แลที่สำคัญคือดูแลง่ายกว่าทุเรียนและให้ผลผลิตต่อเนื่องทั้งปี วางแผนการปลูกดีๆ รับทรัพย์ทั้งปีกันไปเลยครับ ขนุนเกรดพรีเมี่ยม ทรงสวยได้รูป น้ำหนักมากกว่า 10 กก.ก็ส่งออก ย่อมลงมาหน่อยแต่ทรงสวย ก็ยังส่งออกได้ โดยตลาดหลักคือประเทศจีน ส่วนที่ตกจากเกรดที่พูดถึงถ้าแก่ได้ที่ราวๆ 80%ก็นำเนื้อส่งโรงงาน รวมทั้งขนุนอ่อนก็มีโรงงานเขารับซื้อเพื่อผลิตใส่กระป๋องส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียนะครับ หรือจะขายส่งไปที่ตลาดไทก็มีคนรอรับซื้ออยู่แล้วครับ

ขนุน

พันธุ์ขนุนที่ตลาดต้องการ คือ ขนุนทองประเสริฐ ที่ราคารับซื้อสูงที่สุด รองลงมาก็ ขนุนเพชรรามา และปิดท้ายด้วย ขนุน มาเลย์ ครับ ใช้เวลา 3 ปี ก็ได้ผลผลิต ยิ่งเข้าปีที่ 5 แล้วผลผลิตยิ่งจัดเต็ม สามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งปี ตลาดยังมีอนาคตอีกไกล และต้นทุนการผลิตก็ยังต่ำกว่าผลไม้ประเภทอื่นมากครับ

หากเพื่อนๆ เกษตรกรคิดจะลงมือปลูกขนุน ผมแนะนำให้ปลูกพันธุ์ทองประเสริฐ เพราะแค่ 2-3 ปีก็ติดผลแล้วครับ เริ่มติดดอกเมื่อไรก็นับไปซัก 4 เดือนครึ่ง ก็ได้ผลแล้วครับ น้ำหนักมากกว่า 10 กก. จัดเป็นเกรด A ส่งออกสบายครับ หรือจะแกะเนื้อขายกได้ปริมาณเยอะกว่าพันธุ์อื่น

เราสามารถปลูกขนุนได้ประมาณ 30 ต้นต่อไร่ เพราะขนุนมีต้นสูง แตกกิ่งออกมากินพื้นที่เยอะ ควรเว้นระยะห่างกันราวๆ 7*8 เมตร และต้องขยันตัดแต่งกิ่งให้เขาผลิแขนงแตกออกมาตลอด ให้น้ำ ให้ปุ๋ย สม่ำเสมอ และก่อนผลิดอกราวๆ 30 วัน เราต้องหยุดการรดน้ำ เพื่อเร่งให้ต้นขนุนออกดอก และช่วงผลิดอกขึ้นมาแล้วให้เราเติมโปแตสเซียมให้เนื้อผลหวาน รอจนผลติดก็เติมทั้งไนโตรเจนและโปแตสเซียม เพิ่มไซส์ของผล และเพิ่มความแน่นและหวานของเนื้อผล

เมื่อติดผลได้ 45-60 วันให้เริ่มตัดผลออก ให้ไม่กระจุกตัวกันบนลำต้นเกินไป จึงจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ขายได้ราคาครับ อย่าเสียดายนะครับ นำผลอ่อนไปขายได้ครับ ส่วนที่เหลือก็รอให้โตถึงระดับ 80% ก็นำส่งล้อง ส่งออกไปจีน เวียดนาม มาเลเซียได้เลยครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook