ดอกดาวเรือง ตลาดนำการผลิต

ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้มงคลที่อยู่คู่กับค่านิยมของสังคมไทยมาช้านานนับร้อยปีมาแล้ว ด้วยสีสันดอกเหลืองทองอร่ามตา สื่อถึงความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงชื่อเรียกว่า”ดาวเรือง”นั้น ยังสื่อความหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง โดยรวมแล้วก็คือ ความมั่งคั่งรุ่งเรือง นั่นแหละครับ คนในสมัยโบราณจึงนิยมปลูกต้นดาวเรืองเอาไว้ประจำบ้านและนำดอกดาวเรืองมาใช้ในการกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ตนนับถือเลื่อมใสศรัทธา และเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ดอกดาวเรืองจึงเป็นสัญลักษณ์ที่ขาดไปไม่ได้ ในงานมงคลต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศอินเดียนั้น ทุกงานแต่งงานต้องมีดอกดาวเรืองประกอบพิธีเสมอ นอกจากนี้ใน อเมริกา จีน หรือ ในยุโรป ก็นิยมปลูกดอกดาวเรืองเป็นไม้ประดับสถานที่กันมากด้วยเช่นกัน

ดอกดาวเรือง ตลาดนำการผลิต

ดอกดาวเรือง เป็นพืชล้มลุกอายุสั้น สูงประมาณ 15-60 เซนติเมตร  การปลูกดอกดาวเรืองเชิงการค้า นิยมปลูกด้วยเมล็ด เพราะให้ผลผลิตมากกว่าวิธีอื่น ซึ่งปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกเชิงการค้าหลากหลายสายพันธุ์ ให้เกษตรกรเลือกปลูกตามความต้องการ เช่น สายพันธุ์ดาวเรืองอเมริกัน ลักษณะเด่นคือ ดอกขนาดใหญ่ 8 -10 เซนติเมตร กลีบดอกซ้อนกันแน่น เหมาะสำหรับตัดดอกขาย มีสีเหลือง ส้ม ทองและขาว ลำต้นสูง30-90 เซนติเมตร แล้วแต่สายพันธุ์ ที่นิยมกันคือพันธุ์ซอฟเวอร์เรน พันธุ์ทอรีดอร์ พันธุ์ดับเบิ้ล-อีเกิ้ล เป็นต้นสายพันธุ์ดาวเรืองฝรั่งเศส ลักษณะเด่นคือ ต้นเล็กเป็นพุ่มเตี้ย ๆ สูง 15-30 เซนติเมตร ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง น้ำตาลอมแดง และสีแดง ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 3-4 เซนติเมตร

ดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้เศรษฐกิจ ที่มีการเพาะปลูกเชิงการค้ากันมากมาย ในประเทศไทยเราก็มีแปลงปลูกกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคจากเหนือจรดใต้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการปลูกเพื่อตัดดอกขาย เพราะบ้านเรานิยมใช้ประโยชน์จากดอกเป็นหลัก สำหรับเทศกาลงานมงคลต่างๆ และส่วนใหญ่ก็ใช้เพียงวันเดียว ครั้งเดียวแล้วทิ้งไป ดังนั้นการปลูกดาวเรืองเชิงการค้าจึงมีตลาดรองรับเสมอ  นอกจากนี้ยังมีอายุปลูกสั้น ปลูกเพียง 60-70 วันก็ทยอยตัดดอกขายได้แล้ว เหมาะกับเพื่อนเกษตรกรที่สนใจอยากทดลองปลูก เพราะใช้เวลาหาประสบการณ์ลองผิดลองถูกได้ในระยะสั้นๆ ไม่ถึง 3 เดือน ก็ตัดสินใจได้ว่าควรที่จะปลูกในรอบต่อไปดีหรือไม่

การปลูกดอกดาวเรือง ให้ประสบความสำเร็จ มีรายได้คุ้มค่า หัวใจสำคัญอยู่ที่การหาตลาดหรือแหล่งรับซื้อที่น่าเชื่อถือ และมีการตกลงเงื่อนไขกันชัดเจนก่อนการลงมือปลูก เพื่อเป็นหลักประกันว่าเมื่อปลูกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวดอกแล้ว จะมีรายได้จากการขายดอกอย่างแน่นอน ซึ่งในปัจจุบันก็มีระบบการปลูกแบบมีข้อตกลงการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน เช่น เกษตรกรซื้อเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยจากพ่อค้ารับซื้อ แลกเปลี่ยนกับการที่พ่อค้ารับซื้อ จะต้องซื้อผลผลิตคืน เมื่อถึงเวลาตัดดอก เป็นต้น

 

blog.arda.or.th