สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นกระถินณรงค์ พืชที่อยู่ในตระกูลถั่ว

กระถินณรงค์ เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลถั่วและมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วชนิดหนึ่ง เป็นพันธุ์ไม้ต่างชาติที่มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศปาปัวนิวกินีและแถบประเทศออสเตรเลียทางตอนเหนือ ก่อนที่จะนำไปปลูกแพร่หลายกันทั่วโลก ในประเทศไทยได้มีการนำมาปลูกราวปี พ.ศ.2478 ด้วยความที่กระถินณรงค์เป็นไม้ที่ปลูกง่าย สามารถขึ้นได้ในแทบทุกสภาพท้องที่ของประเทศไทย จึงถูกนำไปปลูกอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น นำไปทำฟืน เชื้อเพลิง ถ่านไม้ เครื่องเรือน ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ เป็นต้น

ต้นกระถินณรงค์ พืชที่อยู่ในตระกูลถั่ว

กระถินณรงค์เป็นไม้ที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 8-30 เมตรขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของแหล่งปลูก ในสภาพภูมิประเทศที่ดินไม่สมบูรณ์นัก ต้นไม้ชนิดนี้จะมีลำต้นคดงอ แตกกิ่งก้านมาก แต่ในสภาพอากาศที่เหมาะสมจะมีลำต้นสูงตรงชะลูด มี เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 80 เซนติเมตรและมีความสูงได้ถึง 30 เมตร

กระถินณรงค์เป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่ผัดใบ จึงแตกใบที่เขียวสะพรั่งอยู่ตลอดทั้งปี ให้พุ่มหนา เรือนยอดแผ่กว้าง แตกกิ่งก้านสาขาจำนวนมาก จึงนิยมปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาและเป็นไม้ประดับไปในคราวเดียวกัน ลำต้นจะมีเปลือกเรียบสีเทาแต่เมื่อมีอายุแก่ขึ้นจะมีเนื้อขรุขระและแตกเป็นร่องสีน้ำตาลเข้ม กิ่งก้านส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก ต้นอ่อนของกระถินณรงค์เมื่อเริ่มงอกจากเมล็ดจะแตกใบเพียง 1-2 คู่เป็นใบเล็กเรียงตามก้านแบบผสม เมื่อต้นโตขึ้นใบหลุดไปและใบที่แตกใหม่จะใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนแปลงเป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ใบจะมีสีเขียวเข้ม เรียวยาว โค้งขนาด 1.5-2.5 เซนติเมตรยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร

ดอกกระถินณรงค์จะมีสีเหลือง กลิ่นหอม ออกดอกตรงง่ามใบเป็นช่อย้อยห้อยชี้ลงดินทรงกระบอก ยาวประมาณ 7- 10 เซนติเมตร ต้นกระถินณรงค์จะให้ดอกได้เกือบตลอดทั้งปีโดยแต่ละท้องถิ่นและทำเลจะออกดอกไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม  เมื่อดอกแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นฝักคล้ายฝักมะขามสีเขียวอ่อนแล้วค่อยเปลี่ยนสีเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีน้ำตาลดำเมื่อฝักแก่ ในฝักจะมีเมล็ดกลมแบนขนาดประมาณ 2.5-4.45 มิลลิเมตร ประมาณ 10-15 เมล็ด

การขยายพันธุ์กระถินณรงค์นิยมขยายแบบอาศัยเพศ ด้วยการเพาะจากเมล็ด โดยจะเริ่มงอกหลังจากหว่านแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ มีอัตราการงอกสูงถึง 60- 90% ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเมล็ด โดยสามารถทำได้ด้วยการหยอดเมล็ดลงในถุงบรรจุดินหรือเพาะลงในแปลงหรือกระบะเพาะก็ได้ จากนั้นให้รดน้ำทุกเช้าเย็นจนครบ 3 เดือนแล้วจึงย้ายลงแปลงปลูกที่สามารถรับแสงได้ดี เพื่อให้ต้นไม้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook