สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นกาแฟ พืชแห่งโอกาส

ปัจจุบันคนไทยมีแนวโน้มในการดื่มกาแฟเพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เมล็ดกาแฟที่ปลูกได้เองในประเทศยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงต้องมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศอยู่เสมอในแต่ละปี โดยเฉพาะการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนามและอินโดนีเซีย ที่มีผลผลิตกาแฟจำนวนมาก และมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าเมล็ดกาแฟของไทย เป็นเพราะไทยเรามีพื้นที่เพาะปลูกและสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมในการปลูกต้นกาแฟน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ไทยเรายังมีพืชเศรษฐกิจตัวอื่นๆ อีกหลายชนิด ที่เป็นตัวเลือกให้เพื่อนเกษตรกรได้เลือกปลูกอีกมาก

ความจริงแล้วการปลูกกาแฟมีความน่าสนใจอยู่มาก เพราะตลาดมีความต้องการสูง ส่วนภาครัฐเองก็สนับสนุนเพราะอยากให้คนไทยปลูกต้นกาแฟขายกันเอง ดื่มกันเอง เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศดีกว่าปล่อยให้มีการนำเข้า แต่ติดขัดอยู่ที่ข้อจำกัดตามธรรมชาติของต้นกาแฟเอง ที่จะต้องมีภูมิประเทศ และสภาพอากาศที่เหมาะสมจริงๆ กาแฟที่ปลูกถึงจะมีคุณภาพและได้ผลผลิตในปริมาณที่คุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งเพื่อนๆ เกษตรกรที่สนใจปลูกกาแฟจะต้องศึกษาหาข้อมูลเรื่องธรรมชาตินี้อย่างละเอียดเลยครับ

ต้นกาแฟ

ต้นกาแฟพันธุ์การค้าที่ตลาดโลกนิยมกัน มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ กาแฟพันธุ์อาราบิก้า และ โรบัสต้า โดยคอกาแฟส่วนใหญ่ของโลกจะนิยมดื่มกาแฟอาราบิก้ามากกว่า เพราะมีกลิ่นหอมกรุ่น และมีรสชาติที่นุ่มละมุนกว่าพันธุ์โรบัสต้า ทำให้สัดส่วนการปลูกต้นกาแฟในตลาดโลกจะนิยมปลูกพันธุ์อาราบิก้ามากกว่า โดยมีผลผลิตมากถึง75% ของปริมาณกาแฟทั้งโลก แตกต่างจากประเทศไทยที่ปลูกพันธุ์อาราบิก้าเพียง 20 % โดยส่วนใหญ่ปลูกบนดอยสูงทางภาคเหนือ ส่วนพันธุ์โรบัสต้าปลูกมากถึง 80% ทางภาคใต้ของบ้านเรา สาเหตุเป็นเพราะกาแฟทั้งสองพันธุ์นี้ มีธรรมชาติที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน

ต้นกาแฟ พันธุ์อาราบิก้า เติบโตให้ผลผลิตได้ดีในแหล่งที่มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิ 15-22 องศาเซลเซียส อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 600 เมตร ถึง 1,800 เมตร มีความชุ่มชื้นหรือมีฝนตกชุก ดินควรเป็นดินร่วนหน้า ดินลึกมากว่า 80 เซนติเมตร มีความลาดเอียง ต้นกาแฟอาราบิก้าสูงประมาณ 4 เมตร ให้ผลผลิตเต็มที่เมื่ออายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป มีคาเฟอีนน้อยกว่าโรบัสต้าจึงทำให้มีแมลงรบกวนได้มาก และทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้น้อยกว่า ข้อดีคือ กลิ่นหอมกรุ่น รสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อยแต่นุ่มละมุน และมีราคาสูงกว่า

ต้นกาแฟ โรบัสต้า เติบโตและให้ผลผลิตได้ดี ที่อุณหภูมิ 25-32 องศาเซลเซียส ควรปลูกสูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 200 เมตร ทนต่ออากาศร้อนชื้น ชอบฝนตกชุกสม่ำเสมอ ชอบดินร่วนหน้าดินลึกมากกว่า 1 เมตร มีความลาดเอียง ต้นกาแฟโรบัสต้า สูง 4-6 เมตร ลำต้นใหญ่กว่า มีคาเฟอีนมากกว่าอาราบิก้า ทำให้ทนต่อโรค แมลง และสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า ข้อเสียคือ กลิ่นอ่อน รสชาติขมเข้ม คนนิยมน้อยกว่า มีราคาถูก
แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศและต่างประเทศยังคงต้องการเมล็ดกาแฟจำนวนมาก หากเราสามารถปลูกต้นกาแฟที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพไม่ว่าจะพันธุ์ไหน ตลาดก็ยังคงอ้าแขนรับซื้อยู่อย่างต่อเนื่องครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook