สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นม่วงมุด หรือมะม่วงจิ้งหรีด

ม่วงมุด หรือมะม่วงจิ้งหรีด มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Mangifera odorata และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษ kwini หรือ kuwini และ Saipan mango เป็นพืชในวงศ์มะม่วงหิมพานต์ พบได้ทั่วไปตามเมืองชายฝั่งหรือเส้นทางท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังพบในคาบสมุทรทางภาคใต้ของประเทศไทย และฟิลิปปินส์บนชายฝั่งทางใต้ของเขตมินดาเนา ในหมู่เกาะซูลู และเกาะใกล้เคียง เป็นไม้ผลที่ไม่ทราบที่มาที่แน่ชัดว่ามาจากประเทศใดในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์นี้เป็นลูกผสมระหว่างมะม่วงอินเดียและมะมุด เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศชื้นเขตร้อน ซึ่งมีฝนตกปานกลางและตกหนัก ไม่สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในที่ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ดังนั้นจึงพบว่าในประเทศไทยเรานั้นจะมีผลไม้ชนิดนี้อยู่มากในหลายจังหวัดภาคใต้ที่มีปริมาณฝนตกหนาแน่นกว่าภาคอื่น และทำให้คนหลายพื้นที่อาจจะไม่ได้ลิ้มลองรสชาติของผลไม้ชนิดนี้

ต้นม่วงมุด หรือมะม่วงจิ้งหรีด

ม่วงมุดเป็นผลไม้ที่บริโภคได้ทั้งในรูปแบบดิบและสุก เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยกากใย วิตามินซีและวิตามินอี สามารถนำมาประกอบอาหารเป็นเครื่องชูรสเปรี้ยวในน้ำพริกและยำต่างๆ และสามารถแปรรูปเป็นม่วงมุดดองเพื่อเก็บรักษาไว้รับประทานในระยะเวลาที่นานขึ้น ส่วนเนื้อผลเมื่อสุกจะมีความหอมอบอวลชวนรับประทาน มีเสี้ยนในเนื้อผลและยังมีรสหวานฉ่ำอีกด้วย นอกจากนำผลมารับประทานแล้ว ส่วนของลำต้นสามารถนำมาเลื่อยเป็นไม้ใช้ในการก่อสร้างได้

ม่วงมุดเป็นไม้ผลยืนต้น ที่มีความสูงประมาณ 15-20 เมตร. บางครั้งพบสูงเหินกว่านั้นหากสภาพดินและสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเจริญเติบโต ลำต้นตั้งตรงสูงชะลูด เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลมแผ่กว้างแต่ไม่หนาแน่นนัก สีของลำต้นเป็นสีเทา  มียางไม้ที่อาจจะทำให้ระคายเคืองหรือแพ้ได้ มีกลิ่นน้ำยางแรง เมื่อน้ำยางไหลออกมาภายนอกลำต้นหรือกิ่งก้านจะเปลี่ยนจากสีใสเป็นสีดำ ผิวเปลือกไม้แตกระแหง เป็นรอยเห็นเด่นชัด เนื้อในของไม้สีแดงแต่เนื้อเยื่อเจริญส่วนข้างของต้นไม้จะมีสีเหลืองอมแดง

สัณฐานวิทยาของใบม่วงมุดเป็นรูปทรงรีคลล้ายใบหอก มีขอบใบเรียบ มองเห็นเส้นใบได้ชัดเจน ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ มีก้านใบยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร ส่วนแผ่นใบยาวประมาณ 15-40 เซนติเมตร กว้าง 5-10 เซนติเมตร แตกดอกเป็นช่อแตกแขนงตามปลายกิ่ง ช่อดอกคล้ายรูปฉัตร โคนใหญ่แล้วสอบเล็กจนเป็นยอดสามเหลี่ยมที่ปลายช่อที่มีความยาวถึง 30 เซนติเมตร ดอกจะมีขนขึ้นเล็กน้อย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ผลไม้รูปกลมรี มีเมล็ดเดี่ยว เปลือกผลมีสีเขียวเหลือง เนื้อในเมื่อสุกจะมีสีเหลืองเข้ม เมล็ดมีเสี้ยน สามารถปลูกได้ในดินร่วน ที่มีความชุ่มชื้นเหมาะสมและมีฝนตกปานกลางขึ้นไป

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook