สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นลาน ผู้ผลิตใบลานในตำนานแห่งการจารึก

ต้นลาน ไม้ที่ให้ผลผลิตที่สามารถก่อประโยชน์ได้มากมาย ถือว่าเป็นหนึ่งในไม้เศรษฐกิจของไทยที่มีเรื่องราวพันผูกกับวิถีชีวิตของคนไทยเรามายาวนาน ยกตัวอย่างเช่น ยอดอ่อนลานหรือใบลานอ่อนแต่ก่อนจะถูกนำมาใช้ทำเป็นคัมภีร์ใบลาน ที่นำเหล็กแหลมมาจารอักขระพยัญชนะลงรักเพื่อจารึกพระธรรมและคำสอนต่าง ๆ ในภาคเหนือหรือล้านนาจะนำใบลานมาจารวันเดือนปีเกิดหรือเวลาตกฟากของลูกหลานในบ้านเรือน เพื่อเป็นการบันทึกไว้คล้ายใบสูติบัตร นอกจากนี้ยังนำมาจักสานเป็นเครื่องหัตถกรรมประเภทเครื่องใช้และของตกแต่งประดับบ้าน รวมทั้งนำมาทำเป็นเครื่องเขียน เช่น ที่คั่นหนังสือและการ์ด สำหรับยอดลานพรุ สามารถนำมาผลิตเป็นเส้นใยและนำไปทอเป็นเครื่องมือประมงเพื่อใช้จับกุ้งเคยเพื่อนำมาผลิตเป็นกะปิเคย

ต้นลาน ผู้ผลิตใบลานในตำนานแห่งการจารึก

ในแง่ของงานก่อสร้างก้านใบลานสามารถนำมาใช้ประโยชน์ไม้แบบไม้โครงสร้าง ส่วนใบลานแก่ใช้ทำเป็นฝาบ้านหรือหลังคาบ้านได้ ลำต้นลานสามารถนำมาตัดทำเป็นม้านั่งง่ายๆ หรือนำมาแปรรูปผลิตเป็นครกและไม้ตีพริก และใช้เป็นฟืนหุงต้ม ส่วนของผลสามารถนำมารับประทานได้คล้ายลูกจาก จะรับประทานสด นำมาทำเป็นของหวานประเภทลอยแก้วในน้ำเชื่อม หรือนำมาเชื่อมเป็นการแปรรูปถนอมอาหารก็ได้

ต้นลานเป็นไม้ที่มีอายุยาวนาน มีระบบรากที่ลึกมาก จึงสามารถสะสมน้ำและอาหารได้ดี แม้จะเป็นพรรณไม้ที่ชื่นชอบความชื้น แต่สามารถปรับตัวได้ดี สามารถมีชีวิตรอดจากภัยที่เกิดจากธรรมชาติ แม้โดนไฟป่าเผาไหม้ จะสามารถเจริญขึ้นมาใหม่ได้ ทั้งนี้ ต้นลานที่พบในประเทศไทยเราที่พบในบันทึกนั้นมีด้วยกัน  3 ชนิด คือลานพรุที่มักพบในที่ลุ่มน้ำทางภาคใต้ ลานป่า/ลานทุ่ง ที่พบได้ในปราจีนบุรี สระบุรีและขอนแก่น และลานบ้าน/ลานวัด ที่มักพบในวัดทางภาคเหนือที่มีพื้นที่กลางแจ้งค่อนข้างกว้างขวางเท่านั้น

ต้นลาน เป็นไม้ยืนต้นประเภทปาล์ม ที่มีขนาดลำต้นปานกลาง มีความสูงแตกต่างกันไปตามชนิดและสภาพแวดล้อม โดยเฉลี่ยมีความสูงราว 10-25 เมตร แตกก้านรอบลำต้น ไม่มีกิ่ง เรียงตัวกันเป็นชั้น ลำต้นตรง เนื้อไม้เป็นไฟเบอร์ ริมขอบใบมีรอยหนามเป็นหยักสั้นคล้ายใบเลื่อย ใบเรียงตัวกางออกคล้ายกับรูปหางนกยูงหรือใบพัด ใบมีขนาดใหญ่เมื่อกางออกมีขนาดถึง 4 เมตร และมีความยาวราว 2 เมตร ความน่าสนใจของต้นลาน คือ วงจรชีวิตที่เมื่อออกช่อดอกเป็นช่อฉัตรเรียงซ้อนกันเป็นทรงแหลมดั่งปิรามิดขนาดใหญ่ที่ปลายยอด แล้วจะล้มตายในทันที โดยจะเริ่มออกดอกเมื่ออายุได้ 20-80 ปี

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook