สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นสับปะรดสี ไม้ประดับสีสวย

ต้นสับปะรดสี แม้มีชื่อว่าสับปะรดแต่กลับเป็นพืชที่ไม่ได้ปลูกไว้เพื่อเก็บผลมารับประทานเหมือนสับปะรดทั่วไป เพราะพืชชนิดนี้ เป็นพืชที่ปลูกไว้เป็นไม้ประดับ สร้างสีสันอันงดงามให้แก่สวน และยังนิยมเลี้ยงเป็นไม้กระถางปลูกไว้ในชายคาบ้าน หรือจะปลูกไว้บนขอนไม้หรือกระถางแบบแขวนก็ดูเก๋ไม่น้อย ด้วยสีสันของดอกที่มีหลากสีให้เลือกและลวดลายบนใบแหลมๆ ที่มีความหลากหลาย ทำให้กลายเป็นไม้กระถางชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเก็บสะสมของนักเลงต้นไม้ และนักจัดสวนก็นิยมมาแพ้กัน เพราะพันธุ์ไม้ชนิดนี้สามารถจัดแต่งให้เข้าได้ดีกับสวนทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสวนแบบโมเดิร์นหรือสวนคลาสสิคแบบยุโรป และสวนย่อมทั่วไป

ต้นสับปะรดสี ไม้ประดับสีสวย

ต้นสับปะรดสีเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับสับปะรดที่เรารับประทานผลสด มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกาใต้ มีความหลากหลายมากกว่า 2,000 ชนิดและส่วนใหญ่พบในทวีปอเมริกา พบได้ทั่วไปทั้งในป่าดิบชื้นและทะเลทรายอันแห้งแล้ง ลักษณะของสับปะรดสีนั้นแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกันมาก ทั้งในส่วนของสีของใบและสีของดอก แต่โดยทั่วไปจะมีใบที่ค่อนข้างยาว ปลายแหลมแม้จะมีขนาดความกว้างที่แตกต่างกันตามพันธุ์ ส่วนใหญ่ขอบใบจะมีรอยหยักคล้ายใบเลื่อย ใบจะโอบทับซ้อนกันแน่นรอบโคนต้น เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี ที่น่าสนใจก็คือสับปะรดมีทั้งมีรากและไม่มีราก สำหรับพันธุ์ที่มีรากนั้นยังสามารถแบ่งออกเป็นรากเพื่อยึดเกาะกับวัสดุอย่างเดียวและรากที่ทำหน้าที่ยึดเกาะและดูดซึมด้วย ซึ่งจะมีความแข็งและเหนียวเพื่อเกาะกับต้นไม้ใหญ่และทำหน้าที่ดูดซึมอาหารมาสะสมไว้

ส่วนขนาดของลำต้นนั้นมีความแตกต่างกันแล้วแต่ชนิด โดยมีความสูงตั้งแต่ 2-9 เมตร บางพันธุ์ลำต้นเลื้อยขนานกับพื้น และบางพันธุ์ตั้งตรงและเติบโตมีความสูงที่มากกว่า ดอกมีอายุไม่นานแต่ใบประดับที่มีสีสันงดงามและเป็นจุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้สามารถอยู่โชว์ความงามได้นาน สำหรับการเพาะเลี้ยงพืชชนิดนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของแสงแดดที่มีผลต่อความสมบูรณ์ของต้นและความเข้มข้นของสี ยิ่งแสงแดดแรงจะได้สีสันที่ฉูดฉาดบาดใจ แต่หากไม่ได้รับแสงอาจจะทำให้ต้นไม้ชะงักการเติบโตได้ สภาพอากาศที่เหมาะสมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียสถึง26 องศาเซลเซียส ส่วนการให้น้ำนั้นหากเป็นสกุล Tillandsia และ Dyckia ควรให้น้ำทุก 7-10 วัน ต่อครั้ง ส่วนสกุลอื่นๆ ที่มีผิวใบเรียบให้เติมน้ำให้เต็มบริเวณแอ่งเก็บน้ำที่โคนใบของต้นสับปะรดสีเสมอ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook