สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ถั่วลิสง พืชบำรุงดินสร้างรายได้ปัง

ถั่วลิสงเป็นพืชที่ทนแล้ง ทำให้พึ่งพาน้ำไม่มาก ปลูกได้แม้ในฤดูแล้ง คนโบราณเรียกถั่วชนิดนี้ว่าถั่วดิน แค่นำมาต้มหรือใส่กระทะคั่วก็กลายเป็นของขบเคี้ยวชั้นเยี่ยมยุคนั้นกันเลย ในปัจจุบันถั่วลิสงที่กำลังมาแรงก็คงจะเป็นถั่วลายเสือ สายพันธุ์ยอดฮิตจากแม่ฮ่องสอน เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่  ถั่วลิสงพันธุ์นี้มีหลายชื่อ ได้แก่ ถั่วลายเสือ ถั่วราชินี ถั่วพระราชทาน  ที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ทำการปรับปรุงพันธุ์และรับรองพันธุ์ ในชื่อที่ว่า ถั่วลิสงพันธุ์กาฬสินธุ์2 จุดเด่นอยู่ที่ลายของเปลือกในของถั่วที่มีจุดคล้ายลายจุดบนตัวเสือ เมล็ดใหญ่ ตัวเมล็ดกรอบและหวาน สีเมล็ดสวย มีเอกลักษณ์ ทำให้กลายเป็นจุดขายที่ชัดเจน

สำหรับเพื่อนเกษตรกรที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ไม่ต้องน้อยใจครับ ถั่วลิสงพันธุ์อื่นก็ยังมีให้เราปลูก และมีตลาดรองรับทั้งการขายส่ง ขายปลีก หรือผลิตเพื่อส่งโรงงานแปรรูปก็ได้ครับ ก่อนปลูกเราก็ต้องมาทำความรู้จักกับถั่วพันธุ์เหมาะสมกับตลาดกันก่อน ถ้าเราจะผลิตถั่วลิสงที่ต้มทั้งฝัก เราต้องเลือกพันธุ์ที่มีเปลือกในหรือเยื่อหุ้มเมล็ดใต้เปลือกที่มีสีแดง ฝักนึงมีเมล็ดถั่วประมาณ 4-5 เมล็ด ถั่วพันธุ์กาฬสินธุ์1และสุโขทัย 38 เป็นพันธุ์ที่เหมาะในการนำไปปลูก ส่วนถั่วที่ใช้เพื่อกระเทาะและเป็นที่ต้องการของโรงงานแปรรูปถั่ว  คือ พันธุ์ไทนาน 9 และพันธุ์ขอนแก่น60-1 เป็นต้น

ถั่วลิสง

การปลูกถั่วลิสงสำหรับที่ดอนและไร่ มักปลูกในฤดูฝน ส่วนที่หลังนานั้นเราจะปลูกช่วงหน้าแล้ง หลังเก็บเกี่ยวเสร็จเราต้องรีบปลูกทันทีครับ เพื่อจะได้ใช้ความชื้นในดินจากน้ำใต้ดินตื้นของแปลงนามาบำรุงต้นถั่ว โดยเราต้องปรับสภาพความเปรี้ยวความเค็มของดินให้เหมาะสมก่อน และผสมปุ๋ยคอกให้เรียบร้อยด้วย ไถพรวนดินฆ่าวัชพืช 2 รอบ แล้วยกร่องแคบไม่เกิน 1 เมตร แล้วทำแนวปลูกได้ 2 แถวบนแปลง หยอด 3 ต้นต่อหลุม และต้องคอยให้น้ำทุก 1 สัปดาห์ ให้บ่อยๆ แต่ใหปริมาณน้อยๆ จะช่วยให้ถั่วเติบโตได้เต็มที่ อย่าให้น้ำขังเพราะจะเกิดโรครากเน่า

การดูแลเองวัชพืช เราจะเริ่มกำจัดวัชพืชหลังจากเราปลูกแล้ว 2 สัปดาห์และ 4 สัปดาห์ พร้อมกับใส่ปุ๋ยและพรวนดิน เมื่อถั่วเริ่มให้ดอก เราต้องทำการพูนโคนต้นแบบเตี้ยๆ แผ่ลาดกว้างๆ เพื่อให้ครอบคลุมฝักทั้งหมด และโรยยิปซัม ซึ่งเป็นธาตุอาหารแคลเซียมแก่ถั่ว ประมาณไร่ละ 50 กิโลกรัม เมื่อโรยเสร็จแล้วให้พรวนกลบโคนไว้ แต่หากเราปลูกถั่วจัมโบ้ เราควรต้องเพิ่มยิบซั่มขึ้นมาเป็น  ไร่ละ 100 กิโลกรัม เพราะต้องการแคลเซียมสูงมากกว่าพันธุ์อื่น

หลังจากปลูกไม่เกิน 3-4 เดือนเราก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วครับ ได้ทั้งดินที่มีคุณภาพ ได้ทั้งรายได้กันไปเลยครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook