สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

บัวหลวง ราชินีแห่งวารี

บัวหลวงเป็นไม้น้ำสกุลหนึ่ง ที่มีเหง้าหรือไหลเป็นลำต้นใต้ดินเป็นทรงกระบอก ยาว เป็นปล้อง ด้านในจะกลวง บริเวณรากบัวมีสีขาวครีม ใบบัวจะลอยเหนือน้ำ ก้านดอกและก้านใบยาว เปลือกก้านแข็ง ผิวขรุขระ คล้ายหนามสั้นๆ  ใบบัวหลวงจะมีขนาดใหญ่ รูปร่างกลม ผิวใบมีขน แตกดอกออกมาเป็น สีขาว สีชมพู แล้วแต่พันธุ์  มีกลีบเลี้ยง ไม่เกิน 5 กลีบ และกลีบดอกไม่เกิน 15 กลีบ กลีบดอกมีความบอบบาง และมีฝักบัวที่มีเมล็ดบัวประมาณ 25-30 เมล็ด

ทุกส่วนของต้นบัวหลวงถูกนำมาใช้เป็นอาหารและสมุนไพร ทั้งรากบัว ลำต้น ดอก เกสร เมล็ด ดีบัว และใบบัว ส่วนของรากบัวคือส่วนของลำต้นใต้ดินจะมีลักษณะแบบไหลยาวเป็นปล้อง ภายในรากจะกลวงและมีเยื่ออยู่ข้างใน เนื้อรากบัวมีความกรอบและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จึงนิยมนำมาเป็นอาหารทั้งสุกดิบ เช่น ส้มตำไหลบัว ยำไหลบัว หรือผัด แกง เป็นต้น ในบางครัวเรือนก็นำมารากบัวมาตากแห้งหรือเชื่อมเพื่อใช้เป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ช่วยแก้อาการร้อนใน ลดไข้ไปในตัว ส่วนของใบบัวหลวงนั้น เรานิยมนำมาห่อข้าว ห่ออาหาร และยังสกัดเอาสาระสำคัญที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานของคนเราทำงานได้ดีขึ้นมาใช้ประโยชน์กันอีกด้วย ดอกบัวถูกนำมาใช้เป็นเครื่องยาไทย และเมล็ดบัวนำมารับประทานสดๆ หรือจะตากแห้งไว้เป็นส่วนผสมของขนมหวาน แต่ก็มีข้อพึงระวังในการใช้เกสรดอกบัวหลวงเพราะอาจจะเกิดอาการแพ้ได้สำหรับคนที่แพ้เกสรดอกไม้อยู่แล้วนะครับ

บัวหลวง ราชินีแห่งวารี

นอกจากเรื่องอาหารและสมุนไพรแล้ว บัวหลวง ยังมีความผูกพันกับชาวไทยมานาน โดยเฉพาะการตัดบัวหลวงเพื่อนำไปบูชาพระในเทศกาลและวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ แม้เราจะพบเห็นบัวหลวงอยู่ตามแหล่งน้ำทั่วไป แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ดังนั้นการทำนาบัวหลวงเพื่อตัดดอกขายก็นับว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยเลยครับ เพราะปลูกง่ายและดูแลง่ายกว่านาข้าว

การเตรียมพื้นที่เพาะปลูกบัวหลวงนั้น ใช้หลักการเดียวกันกับการเตรียมแปลงนาดำทั่วไป ไล่น้ำออกให้นาแห้งสนิท ยกคันนาขึ้นราวๆ 1.0- 1.5 เมตร ไถดะเพื่อปรับหน้าดินแล้วโรยด้วยปูนขาวทิ้งไว้ 2 สัปดาห์ แล้วไถแปรซ้ำ เติมปุ๋ยขี้ไก่หรือขี้วัว 200กิโลกรัมต่อไร่ แล้วปล่อยน้ำเข้าให้สูงจากพื้นนาประมาณ 1 คืบหรือ 15 เซนติเมตร ขังน้ำทิ้งไว้ 4 วัน แล้วจึงระบายน้ำออกและเริ่มปักดำไหลบัว ในร่องที่ขุดให้ลึกประมาณ 7 เซนติเมตร แล้วนำดินกลบ ก่อนที่จะปล่อยน้ำเข้านาบัวอีกครั้งให้มีความสูงราว 25 เซนติเมตร เมื่อผ่านเดือนแรกแล้ว ก้านบัวสูงขึ้น จึงปล่อยน้ำเพิ่มเป็น 50 เซนติเมตร และ 1 เมตร ตามลำดับความสูงของรากบัวและต้นครับ

เมื่อปลูกครบ 3 เดือนเราก็สามารถเก็บเกี่ยวดอกบัวหลวงเพื่อนำไปจำหน่ายได้เลยครับ ข้อดีของการทำธุรกิจตัดบัวขายคือ เราสามารถตัดได้วันเว้นวัน เรียกได้ว่ามีรายได้กันแบบรายวันเลยครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook