สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ปลาสลิด เพาะพันธุ์ลูกปลาในบ่อปูน

ปลาสลิด ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย ต้องยกให้กับพื้นที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการซึ่งผู้บริโภคต่างให้การยอมรับ ว่า ปลาสลิดแดดเดียวบางบ่อ มีรสชาติมันเค็มกลมกล่อม เมื่อนำมาทอดกรอบจะมีกลิ่นหอมปลาสลิดที่เป็นเอกลักษณ์ ชวนให้น้ำลายสอได้เสมอ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ใครๆ ต่างก็เข้าใจไปว่า ปลาสลิดที่ดีจะต้องเลี้ยงดูภายใต้สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ธรรมชาติ ในเขตอำเภอบางบ่อเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ชัดเจน  นอกจากคำยืนยันจากผู้เลี้ยงปลาในอำเภอบางบ่อเองว่า ชาวบางบ่อมีกรรมวิธีในการแปรรูปปลาสลิดแดดเดียว ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ปลาสลิดแดดเดียวของที่นี่มีรสชาติเป็นที่หนึ่ง ซึ่งอาจตีความได้ว่าปลาสลิดแดดเดียวที่มีรสชาติอร่อยนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการแปรรูปมากกว่าการเพาะเลี้ยงในเขตพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

ซึ่งทุกวันนี้แหล่งเพาะเลี้ยงและแปรรูปปลาสลิดใหญ่ที่สุด ก็ไม่ได้อยู่ที่อำเภอบางบ่อ แต่ได้กระจายการเพาะเลี้ยงออกไปในภูมิภาคต่างๆ โดยพบได้มากที่สุด คือพื้นที่หลายจังหวัดในภาคกลาง เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เป็นต้น เพราะอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นปลาสลิดแดดเดียว ที่มาจากแหล่งเพาะเลี้ยงไหนก็ตาม ถ้ามีวิธีการแปรรูปที่เหมาะสม สะอาดถูกต้องตามหลักอนามัย ก็สามารถให้ความเอร็ดอร่อยได้เหมือนกันทั้งสิ้น

ปลาสลิด เพาะพันธุ์ลูกปลาในบ่อปูน

ปลาสลิด เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของไทยเอง จึงเลี้ยงง่าย และเพาะเลี้ยงกันได้ทั่วประเทศ ทั้งในบ่อดิน ในนาข้าว หรือแม้แต่ร่องสวนที่มีน้ำขัง ปลาสลิดมีลำตัวแบน มีสีเขียวอมเทาหรือสีคล้ำ มีริ้วดำพาดขวางที่ลำตัว กินแพลงตอน และพืชเป็นอาหาร  มีนิสัยชอบสภาพน้ำนิ่ง เช่น หนอง บึง มักอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีกอพืชน้ำ เช่น ผัก หญ้าและสาหร่าย เพื่อหากิน ซ่อนตัว และก่อหวอดวางไข่ ปลาสลิดวางไข่ได้เมื่อมีอายุ 7 เดือน น้ำหนักตัวเฉลี่ย 130-400 กรัม ฤดูวางไข่เริ่มเดือนเมษายน ไปจนถึงเดือนสิงหาคม แม่ปลาจะวางไข่ได้หลายครั้งในรอบหนึ่งปี ไข่แต่ละครั้งเฉลี่ย 4,000-10,000 ฟอง

การเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูน เพื่อขายลูกพันธุ์ปลา เพื่อหารายได้เสริม นับว่าน่าสนใจ เพราะลงทุนน้อย ใช้น้ำน้อย เหมาะกับผู้ไม่มีประสบการณ์ หรือพื้นที่จำกัด ใช้บ่อปูนความสูง 60 เซนติเมตร กว้างยาว3*6 เมตร จำนวน 2 บ่อ รองบ่อด้วยดินและขี้วัวหมักทิ้งไว้ 10 วันเพื่อให้เกิดไรแดงจากนั้นปล่อยน้ำเข้าประมาณ 40-50 เซนติเมตร พร้อมปลูกพืชน้ำครึ่งบ่อเพื่อสร้างสภาพธรรมชาติที่ปลาชอบเป็นที่วางไข่ หลบซ่อน แถมช่วยบำบัดน้ำเสียและเป็นอาหารของปลา หาพ่อและแม่พันธุ์ปลาที่มีไข่แก่อย่างละ 10 ตัวมาปล่อยในบ่อเพียงหนึ่งบ่อ ให้อาหารเม็ดเสริมวันละ 1 มื้อ ในช่วงเช้า เมื่อลูกปลาฟักเป็นตัว ให้แยกพ่อแม่พันธุ์ทั้งหมดออกไปเลี้ยงอีกบ่อหนึ่งที่ว่างอยู่ เมื่อลูกปลาได้ขนาด 5 เซนติเมตร พอได้ขนาดก็สามารถประกาศขายได้เลยครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook