ปุ๋ยเคมี ข้อดีและข้อเสียที่ควรตระหนัก

ปุ๋ยเคมี นับว่าเป็นหนึ่งในแนวทางการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้เพียงพอต่อความต้องการของเพื่อนๆ เกษตรกรที่เพิ่มสูงขึ้นและต้องการให้ผลผลิตได้ผลและเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้น โดยมุ่งเน้นการเพราะปลูกที่ให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูงขึ้น จึงนิยมใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชผลเพื่อให้มีปริมาณที่นำไปขายได้จำนวนสูงและอาจกระตุ้นให้เกิดการเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้น  โดยที่เราต่างทราบดีว่าปุ๋ยเคมีมีธาตุอาหารที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรงและรวดเร็ว

ปุ๋ยเคมี ข้อดีและข้อเสียที่ควรตระหนัก

ปุ๋ยเคมีนั้นเป็นปุ๋ยที่ถูกผลิตขึ้นด้วยวิธีทางเคมี มีทั้งธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ดีในปริมาณที่สูงกว่าปุ๋ยอินทรีย์หลายเท่าตัว ทำให้เพื่อนๆ เกษตรกรสามารถใช้ปุ๋ยเคมีได้ในจำนวนที่น้อยกว่าปุ๋ยอินทรีย์จำนวนมาก และขณะเดียวกันก็สามารถลดค่าปุ๋ย ค่าขนส่งปุ๋ย และค่าแรงงานในการใส่ปุ๋ยได้ไปในตัว ขณะเดียวกันปุ๋ยเคมียังมีหลากหลายชนิดและแยกตามปริมาณธาตุอาหารในปุ๋ยเพื่อให้เราเลือกธาตุอาหารให้เหมาะสมกับดินและพืชได้ง่ายขึ้น

ปุ๋ยเคมีแต่ละชนิดแต่ละสูตรนั้น หากเรานำไปบำรุงดินด้วยวิธีที่ไม่เหมือนกันจะให้ผลต่อดินที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น ปุ๋ยชนิดเดียวกันเมื่อโรยลงดินจะให้ผลไม่เหมือนกับการหว่าน ดังนั้นหากเพื่อนๆ จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีจะต้องใส่ใจเรื่องของสูตรที่บ่งบอกจำนวนธาตุอาหารบนถุงปุ๋ย เช่น 20-10-5 คือการระบุปริมาณธาตุไนโตรเจนจำนวน 20 กก.ฟอสฟอรัส 10 กก. และโปแทสเซียม 5 กก. รวมเป็นปริมาณธาตุอาหาร 35 กก.ต่อน้ำหนักดิน 100 กก. โดยเลือกใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับพืชของเรา ที่สำคัญควรใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่พอเหมาะต่อพืชและในระยะที่เหมาะสมต่อพืช  และจะต้องใส่ปุ๋ยในบริเวณที่พืชผลสามารถลำเลียงไปใช้เพื่อบำรุงส่วนต่างๆ ของต้นพืชได้อย่างดี

ข้อด้อยที่ชัดเจนก็คือปุ๋ยเคมีไม่สามารถปรับปรุงสมบัติทางชีวภาพของดินได้ ส่งผลกระทบต่อจุลินทรีย์ในดิน สัดส่วนการใช้ประโยชน์ต่อน้ำหนักปุ๋ยน้อย และยังมีธาตุอาหารเสริมน้อยกว่าปุ๋ยอินทรีย์ โดยการใช้ปุ๋ยเคมีติดต่อกันยาวนานนั้นยังกลายเป็นสาเหตุให้ดินเสื่อมโทรม และในระยะยาวการเพาะปลูกจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะทำให้ดินจับตัวเป็นก้อนแห้ง ค่าความเป็นกรดของดินลดลง ทำให้ดินเค็ม และยังส่งผลต่อระบบนิเวศข้างเคียง ซึ่งเกิดการปนเปื้อนของธาตุอาหารในดินและน้ำ

การให้ปุ๋ยไนโตรเจนอัตราสูงแก่พืชผลอาจทำให้พืชสะสมไนเตรทมากเกินไป และยังอาจจะเกิดการชะล้างไนเตรทลงสู่แหล่งน้ำเกิดการปนเปื้อนเพิ่มมากขึ้น ส่วนการใช้ปุ๋ยฟอสเฟตอาจมีธาตุโลหะหนักเจือปนในปริมาณสูง ซึ่งหากดินที่เราใช้ปลูกพืชเกิดการสะสมธาตุในดินแล้วพืชดูดเข้าไปมาก อาจเกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคพืชผักเรานั้นได้ หากเพื่อนๆ เกษตรกรจะนำปุ๋ยเคมีมาใช้บ้างในบางโอกาสก็ต้องศึกษาให้ดีนะครับ จะได้ไม่เป็นการทำลายดินในระยะยาวครับ

blog.arda.or.th