ผักออแกนนิก ตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียว

ผักออแกนนิก หรือ ผักออร์แกนนิค เป็นหนึ่งในกระแสการทำเกษตรกรรมยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยที่คนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ใส่ใจกับรายละเอียดรอบตัว โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินที่เลี่ยงการปนเปื้อนมากที่สุดเน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งทำให้เกิดแนวคิดในการทำเกษตรอินทรีย์หรือการปลูกผักออแกนนิก เพื่อรองรับตลาดอาหารสุขภาพที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคปัจจุบัน และเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นผู้ประกอบการสีเขียว

ผักออแกนนิก หรือ ผักออร์แกนนิค เป็นหนึ่งในกระแสการทำเกษตรกรรมยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยที่คนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ใส่ใจกับรายละเอียดรอบตัว

การปลูกผักออแกนนิกนั้น มีแนวคิดมาจาก “Organic Farming” ที่ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2483 เป็นเรื่องของการปลูกผักที่งดการใช้สารเคมีทุกชนิด และไม่ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมเลย จึงถือว่าเป็นการปลูกผักจากเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมและใช้การปรับปรุงดินจากปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น ส่วนการควบคุมศัตรูพืชจะใช้ชีวภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติทั้งหมด จึงไม่มีสารเคมีปนเปื้อน

ประโยชน์ของการปลูกผักออแกนนิกนั้น นอกจากปลอดสารสังเคราะห์ในทุกกระบวนการปลูก ที่ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้แล้ว ยังส่งผลในเรื่องของระบบนิเวศ ที่จะช่วยลดปัญหามลพิษจากสารเคมีในกระบวนการผลิตลงได้ เมื่อผู้บริโภคได้รับประทานผักที่ปลูกแบบออแกนนิกจะส่งผลในการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและยังได้สารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์

การปลูกผักออแกนนิกเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ดินที่จะใช้ปลูกว่ามีธาตุอาหารและค่าความเปรี้ยวความเค็มของดินที่เหมาะสมกับพืชหรือไม่ หากพบว่าไม่เหมาะสมต้องทำการปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพที่นำเอาจุลินทรีย์มาก่อคุณสมบัติที่ดีให้แก่ดินและพืช โดยปุ๋ยหมักชีวภาพนั้นจะทำให้เกิดวัชพืชน้อยลงได้ สำหรับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่จะนำมาปลูก ต้องเลือกพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีในสภาพภูมิอากาศของเรา โดยคำนึงถึงความต้องการแสง น้ำ และความชื้น เป็นสำคัญ อย่าลืมดูวันหมดอายุของเมล็ดพันธุ์ และเมื่อได้เมล็ดพันธุ์มาแล้วให้ทดสอบเมล็ดพันธุ์ โดยนำมาเพาะในทิชชู่เปียก หากรากงอกภายใน 3-4 วันจึงถือว่ามีความสมบูรณ์ดีเหมาะในการปลูกในแปลงได้ หากใช้ต้นกล้าต้องเลือกต้นกล้าที่สมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยของแมลงศัตรูพืช

การปลูกพืชออแกนนิกในระยะเริ่มต้น ควรปลูกในกระบะเพื่อง่ายต่อการควบคุมสมบัติดิน เว้นระยะห่างให้เหมาะสม ฝนแต่ละกระบะให้แยกปลูกเพียงกระบะละ 1 ชนิด การรดน้ำให้รดที่หน้าดินรอบๆโคนต้น จำเป็นต้องรดที่ใบผักเพราะจะทำให้ใบบอบช้ำได้ และหมั่นถอนหญ้าวัชพืชสม่ำเสมอ เมื่อปลูกจนได้ผลดีจึงค่อยขยายไปปลูกในแปลงเพื่อทำเป็นการค้าต่อไป ยิ่งใครปลูกได้คุณภาพสูงรับรองว่ามีห้างร้านรอรับซื้ออย่างต่อเนื่องกันเลยครับ

blog.arda.or.th