ฝรั่งกิมจู เคล็ดลับการปลูกให้ได้ขนาดงาม

ฝรั่งกิมจู มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ สามารถปลูกได้ดีในประเทศที่ภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่นไปถึงพื้นที่ร้อนหรือกึ่งร้อน ผลของฝรั่งจะมีรูปทรงชะลูดด้านขั้ว ก้นผลบานออกเหมือนลูกแพร ขนาดผลไม่ใหญ่มาก เปลือกผลบาง ใจกลางผลมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก เป็นต้นไม้ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้งได้ดี ให้ผลผลิตสม่ำเสมอในที่มีแสงแดดส่องถึง ต้องการปริมาณน้ำฝนปานกลาง หากนำไปลูกในที่ที่มีฝนตกชุกเกินไปอาจทำให้ผลผลิตน้อย สามารถปลูกได้ในดินทุกสภาพและทุกภาคของประเทศไทย เพียงแต่ว่าถ้าเป็นดินเหนียวควรต้องปรับสภาพแปลงให้ยกร่องสูง เพื่อไม่ให้น้ำขังหรือดินฉ่ำเกินไป แต่หากปลูกในดินที่มีธาตุอาหารเยอะ ร่วนซุย โปร่ง ก็จะยิ่งให้ผลผลิตดีครับ

ฝรั่งกิมจู

การขยายพันธุ์ฝรั่งกิมจู ก็เหมือนฝรั่งทั่วๆ ไปครับ ที่สามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่พวกเรานิยมกันสุดก็คงหนีไม่พ้นการตอน เพราะได้ผลดีกว่าวิธีอื่นๆ ครับ แค่ใช้มีดคมๆ ควั่นกิ่งใต้ข้อเล็กน้อย โดยให้รอยควั่นด้านล่างห่างจากรอยควั่นด้านบนเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของกิ่งครับ แล้วจึงลอกเปลือกไม้ออกแล้วขูดเยื่อเจริญออกให้หมด แล้วห่อด้วยตุ้มตอนมัดเชือกให้แน่นหนาปล่อยไว้ 1 เดือน รอรากงอกจนเป็นสีน้ำตาลแล้วจึงตัดออกจากต้นตอครับ หลังจากนั้นให้ทอนใบและกิ่งออก ก่อนที่จะนำไปดูดน้ำไว้ให้ชุ่มก่อนนำไปชำในถุงเพาะชำต่อไป จอจนลำต้นตั้งตรงจึงนำไปลงแปลงปลูกพร้อมทำไม้หลักกันโยกประคองต้นไว้ด้วยนะครับ

เคล็ดลับในการดูแลต้นฝรั่งกิมจูคือ ไม่ควรพรวนดินลึก เพราะจะทำให้รากขาดได้ และหลังจากที่ปลูกลงแปลงแล้วประมาณ 180 วัน เราจะหาไม้ไผ่ยาว 1 เมตรปักไว้เพื่อยึดกิ่งที่ออกผล หรืออาจจะผูกขั้วผลฝรั่งกับไม้ปักไปเลยก็ได้ เพื่อไม่ให้ผลฝรั่งที่มีน้ำหนักมาก เป็นภาระให้แก่ลำต้นฝรั่งเองครับ  และอย่าลืมตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดเต็มที่ และเพิ่มโอกาสในการแตกกิ่งอ่อนอีกด้วย โดยเราควรทำอย่าน้อยปีละครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ต้นไม้แตกตาดอกได้เพิ่ม และหากอยากเก็บเกี่ยวผลผลิตเร็วขึ้น ก็ควรหมั่นสลัดใบให้ต้นไม้ และให้เลี้ยงผลฝรั่งเพียง 2 ผลต่อกิ่ง หากแตกผลมากกว่านั้นให้ปลิดทิ้งเลยครับ

ปกติแล้วฝรั่งกิมจูที่ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง จะให้ผลผลิตภายใน 1 ปี โดยเราจะเริ่มห่อผลฝรั่งหลังจกดอกเริ่มบานแล้ว 4 สัปดาห์ แต่ควรพ่นสารกำจัดเชื้อราและแมลงก่อนที่จะทำการห่อ และรอเวลาประมาณ 5 เดือนเราจะเริ่มเก็บเกี่ยวไปขายได้ สำหรับเพื่อนๆ เกษตรกรที่ขายในตลาดบ้านเราก็เก็บขายได้เลยครับ แต่หากจะส่งออกก็ต้องล้างทำความสะอาด ใส่ตาข่ายโฟม ใส่กล่องกระดาษ แล้วนำส่งต่อไปครับ