สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

มะนาวคาเวียร์ ปลูกพันธุ์ไหนดี

มะนาวคาเวียร์ พืชผลที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Australian finger lime หรือ caviar lime ทำให้คนไทยเราเรียกว่ามะนาวนิ้วมือก็มี เพราะรูปร่างและขนาดผลคล้ายนิ้วมือมนุษย์ เป็นพืชท้องถิ่นในเขตป่าแถบชายฝั่งทะเลของรัฐควีนส์แลนด์ และรัฐนิวเซาท์เวลส์ในประเทศออสเตรเลีย เป็นที่รู้จักในประเทศไทยในช่วงระยะเวลา 8-10ปีที่ผ่านมา เพราะภัตตาคารหรูต่างๆ เริ่มนำเฉพาะเนื้อผลของมะนาวคาเวียร์มาใช้ในการประกอบอาหารและประดับตกแต่งภาชนะ โดยจะนำไปโรยหน้าอาหารหรือคลุกแทรกเนื้ออาหารบางประเภท เมื่อผู้บริโภคเคี้ยวจะได้รสสัมผัสที่ฉ่ำน้ำแทรกซึมรสเปรี้ยวในปาก และให้กลิ่นหอมชื่นใจอีกด้วย

มะนาวคาเวียร์ ปลูกพันธุ์ไหนดี

ลักษณะของต้นมะนาวคาเวียร์นั้น จะเป็นไม้พุ่ม สูงราว 2-5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม แตกดอกสีเดียวกับมะนาวทั่วไป แต่กลับออกผลเดี่ยว แตกต่างจากมะนาวทั่วไปที่ออกผลเป็นกระจุก ลักษณะของผลเป็นผลที่เรียวยาวขนาดเล็กคล้ายนิ้วชี้ของมนุษย์ ส่วนสีของเปลือกและเนื้อในผลนั้นจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ซึ่งมีสีหลากหลาย เช่น สีเขียว สีขาว สีแดง สีม่วง สีน้ำตาล สีชมพู และสีเหลือง ส่วนลักษณะของเนื้อในผลจะมีลักษระคล้ายไข่ปลาคาเวียร์ขนาดเล็กๆ เรียงกันอยู่ภายในผล

สำหรับสายพันธุ์มะนาวชนิดนี้ที่เหมาะแก่การปลูกในสภาพแวดล้อมทั้งภูมิอากาศและภูมิประเทศของประเทศไทยเรานั้น มีด้วยกันหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ Red Champagne, พันธุ์ Byron Sunrise, พันธุ์ Emerald,พันธุ์ Crimson Tide,  พันธุ์ Tasty Green,พันธุ์ Mia Rose,  พันธุ์ Emma, และ พันธุ์ Citron Caviar Rose เป็นต้น โดยแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะผล สีผล และสีเนื้อในผลแตกต่างกันไป แต่พันธุ์ที่ได้รับความนิยมปลูกกันมากในปัจจุบัน คือ  พันธุ์ที่มีเนื้อสีแดงและเนื้อชมพูเข้ม ที่มีความยาวของผลมากกว่า 2 นิ้ว ได้แก่พันธุ์ Red Champagne, Mia Rose และ Crimson Tide เพราะถือว่าเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการมาก และขายได้ราคาดี

การขยายพันธุ์จะใช้วิธีการเสียบยอดกับต้นตอในตระกูลเดียวกัน เช่นส้มโอ มะขวิด ส้มโอ เป็นต้น โดยวิธีการเพาะปลูกและดูแลนั้นไม่แตกต่างจากการปลูกมะนาวทั่วไปที่เราปลูกกันอยู่ ควรปลูกในดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี แสงแดดส่องได้ดี ในช่วงที่แดดจัดควรมีการใช้ตาข่ายช่วยพรางแสงให้รับแสงเพียง 60% จะกระตุ้นให้ต้นพืชมีการเจริญได้ดี  ดินที่ปลูกนั้นควรมีค่า pH ที่ 5-6.5 การเตรียมดินควรยกร่องให้เป็นแนวหรือปลูกในบ่อซีเมนต์ เพื่อกันการขังน้ำในดินในช่วงฝนตกหนัก และควรปลูกไม้กันลมเพื่อป้องกันพายุลมแรง ที่อาจจะทำให้ผลมะนาวเกิดบาดแผลจากหนามแหลมของลำต้น ทำให้ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน โดยผลผลิตที่ได้จะมีคุณภาพและปริมาณมากขึ้นในปีที่ 3 ขึ้นไปและสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เพื่อนๆ เกษตรกรหลายคนหันมาปลูกพืชผลชนิดนี้มากขึ้น ทั้งราคาดีและเก็บเกี่ยวได้นาน

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook