สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

มันฝรั่ง หัวใจอยู่ที่หัวพันธุ์ชั้นยอด

มันฝรั่ง หรือ มันอาลู มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า White potato เป็นพืชตระกูลเดียวกับพริก และมะเขือ แต่เป็นพืชเพียงชนิดเดียวของตระกูลนี้ที่ใช้ประโยชน์จากส่วนหัวใต้ดินเป็นอาหารของคนและสัตว์ รวมถึงเชื้อราและแบคทีเรียต่างๆ จึงทำให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความต้องการผลผลิตเป็นจำนวนมาก

หัวมันฝรั่ง เป็นส่วนของลำต้นใต้ดิน เกิดบริเวณปลายของไหล ทำหน้าที่กักเก็บอาหารและยังทำหน้าที่ขยายพันธุ์ บริเวณผิวของหัวมีตาและมีรูเลนติเซลปกคลุมกระจายทั่วหัว เพื่อทำหน้าที่หายใจ ยิ่งมีความชื้นสูง เลนติเซลจะขยายตัวเป็นขุดสีขาวดวงโตขึ้น โดยหัวมันฝรั่งจะมีรูปร่างแตกต่างกันไปทั้งกลมและรี ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

มันฝรั่ง หัวใจอยู่ที่หัวพันธุ์ชั้นยอด
การปลูกมันฝรั่งในประเทศไทยสามารถแบ่งได้เป็นมันฝรั่งเพื่อการทานผลสด เพื่อนำไปปรุงอาหาร และมันฝรั่งเพื่อการแปรรูป โดยมีพันธุ์แอตแลนติกเป็นพันธุ์แปรรูปที่ได้รับความนิยมในการผลิตสูงที่สุด เพราะมีโรงงานรอรับซื้อตลอดทั้งปี มันฝรั่งพันธุ์แอตแลนติก จะมีลำต้นตั้งตรง ใบใหญ่ ให้ผลผลิตสูง ใช้เวลาปลูกไม่นาน หัวกลม ผิวมีลายเล็กน้อย สีเหลืองอ่อน เนื้อในหัวสีขาว เหมาะแก่การแปรรูป ปลูกมากในจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ เป็นต้น

การผลิตมันฝรั่งเพื่อแปรรูปยังคงมีตลาดที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะโรงงานผู้ผลิตมันฝรั่งแปรรูปได้ขยายตลาดส่งออกในต่างประเทศ ทำให้ต้องการวัตถุดิบในการผลิตมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยราคารับซื้อหน้าโรงงานในช่วงฤดูฝนจะได้ราคาดีกว่าฤดูแล้งเล็กน้อย การปลูกมันฝรั่งนั้นต้องเน้นในเรื่องภูมิอากาศและน้ำเป็นปัจจัยหลัก โดยพื้นที่เพาะปลูกควรมีภูมิอากาศในตอนกลางคืน ประมาณ 15-18 องศาเซลเซียส ดังนั้นจึงให้ผลผลิตดีในช่วงฤดูหนาว เราจึงพบว่าพืชชนิดนี้นิยมปลูกบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือของประเทศไทย เพราะมีภูมิอากาศเหมาะสมนั่นเองครับ

สำหรับการปลูกมันฝรั่งนั้น เรื่องหัวพันธุ์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในอันดับต้นๆ เพราะต้นมันฝรั่งจะให้ผลผลิตดีหรือไม่ขึ้นกับหัวพันธุ์ หากเราเตรียมหัวพันธุ์ที่ดี เราจะสามารถลดการถูกก่อกวนจากแมลงและโรคต่างๆ ได้ ได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพ ทำให้ขายได้ราคาโดยทั่วไปเพื่อนเกษตรกรจะใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นอ่อนในพื้นที่ปลอดเชื้อ แล้วขยายไปเรื่อยๆ ทุก 2 สัปดาห์จนมีปริมาณที่เพียงพอจึงย้ายลงกระบะที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วในโรงเรือนปลอดแมลง จนต้นอ่อนเติบโตและปลอดโรคจึงนำไปปักชำเป็นต้นพันธุ์ต่อไป แล้วจึงตัดชำยอดต้นแม่พันธุ์เพื่อนำไปเป็นหัวพันธุ์หลัก โดยต้องนำหัวพันธุ์หลักไปเก็บไว้ในห้องเย็นเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 5 เดือน แล้วนำมาผึ่ง ไว้ในที่แสงรำไร 1 เดือน รอจนแตกหน่อ จึงนำไปผลิตหัวพันธุ์รุ่นต่อไปครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook