หญ้ามาเลเซีย ปลูกได้ไม่ง้อแดด

หญ้ามาเลเซียคือหญ้าสนามหรือหญ้าที่ใช้สำหรับปูพื้นสนามหรือพื้นสวนชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยร่วมกับหญ้าสนามชนิดอื่น ได้แก่ หญ้านวลน้อย หญ้าญี่ปุ่น หญ้าเบอร์มิวด้า ซึ่งหญ้าสนามทั้งหลายนี้ต่างก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ส่วนการเลือกตัดสินใจว่าควรจะใช้หญ้าสนามชนิดไหนมาปูพื้นสนามก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของพื้นที่ ความเหมาะสมกับสถานที่ และ สภาพแวดล้อมของสถานที่นั้นๆ

แต่สำหรับเพื่อนๆเกษตรกรแล้ว หญ้ามาเลเซียจะมีคุณสมบัติอันหนึ่งที่เหมาะสม ซึ่งหญ้าชนิดอื่นไม่มีนั่นคือหญ้าชนิดนี้สามารถช่วยป้องกันวัชพืชชนิดอื่นไม่ให้เจริญเติบโตได้ เหมาะที่จะปลูกในสวนผลไม้เพื่อเป็นพืชคลุมดินเพราะขึ้นได้หนาแน่น และลุกลามจนคลุมทับวัชพืชชนิดอื่นไม่ให้เบียดแทรกขึ้นได้ โดยในช่วงแรกๆ ที่คนไทยเริ่มรู้จักหญ้ามาเลเซีย จะพบว่ามีหญ้าชนิดนี้ขึ้นแพร่กระจายอยู่มากในสวนยางและสวนผลไม้ในแถบจังหวัดทางภาคใต้ มีการสันนิษฐานว่าชื่อของหญ้ามาเลเซียอาจเป็นเพราะมีการนำเข้ามาปลูกจากมาเลเชีย หรือคนที่เริ่มคิดว่าจะปลูกหญ้าชนิดนี้ขายจงใจตั้งชื่อนี้ให้เด่นเพื่อให้คนเข้าใจว่าเป็นหญ้าต่างประเทศ เพื่อสร้างความนิยม ซึ่งหลังจากนั้นก็เริ่มแพร่หลายในภาคใต้  โดยมีผู้นำไปปูพื้นสนามหญ้าในสถานที่ต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น

หญ้ามาเลเซีย

หญ้ามาเลเซียเป็นหญ้าที่ทนทาน ปลูกง่ายตายยาก ถ้าได้น้ำที่ชุ่มชื้นมากเพียงพอ จะเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด แม้แต่ในบริเวณที่ดินเสียก็ปลูกขึ้นได้ ยกเว้นดินเค็มเท่านั้นที่หญ้าชนิดนี้ทนไม่ไหว ลำต้นของหญ้ามาเลเซียมีลักษณะเป็นไหล เลื้อยไปตามหน้าดิน โดยแต่ละไหลจะมีรากงอกออกมาตามข้อปล้อง หยั่งลงไปในดิน และ แตกเป็นลำต้นใหม่ไปเรื่อยๆจนปกคลุมหน้าดินไปทั่ว เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีกาบใบสั้นๆ ห่อหุ้มลำต้น ใบมีขนาดใหญ่กว่าหญ้าชนิดอื่น ขนาดใบกว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 5-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นลูกคลื่น สีเขียวเข้ม และมีขนปกคลุมที่ขอบใบ ขยายพันธ์ง่ายโดยใช้ ไหลที่มีรากงอกตามปล้อง กดลงไปในดินที่ชุ่มชื้น ห่างกันจุดละ 15 เซนติเมตร และปล่อยให้โตไปหากันเอง

สำหรับการนำ หญ้ามาเลเซีย มาปูพื้นสนาม หรือ ปูพื้นสวนตกแต่งบ้านนั้น มีข้อดีคือไม่ต้องห่วง เรื่องของแสงแดด เพราะหญ้าสนามชนิดอื่น ต้องการแสงแดดมาก ถ้าปลูกอยู่ในที่ร่ม ไม่มีแดดหญ้าสนามอื่นจะมีใบเหลืองเฉา แต่หญ้ามาเลเซีย ปลูกได้ทุกจุดแม้ไม่มีแสงแดด หากทำการตัดแต่งเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 15 วัน พื้นสนามจะดูหนาแน่นเหมือนปูด้วยพรม สีเขียวเข้มสวยงามไม่มีวัชพืชอื่นขึ้นแซมได้ แต่ข้อเสียของหญ้าชนิดนี้คือ ขาดน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดดจัดและขาดน้ำ ใบจะเป็นสีแดงต้องรดน้ำทุกวัน และ ใบหญ้ามาเลเซียมีความสาก ทำให้ความนุ่มสบายเท้าน้อยกว่าหญ้าสนามชนิดอื่นครับ

blog.arda.or.th