สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ฮาโวเทีย ไม้ประดับทนแล้ง

ฮาโวเทีย เป็นหนึ่งในไม้ประดับอวบน้ำที่เป็นนิยมในท้องตลาด ที่นักสะสมนิยมนำไปประดับภายในอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปประดับที่โต๊ะทำงาน  ด้วยความที่พืชชนิดนี้มีลวดลายของใบที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละต้น โดยถูกค้นพบขึ้นเมื่อ 200 ร้อยกว่าปีที่ผ่านมาโดยหมอชาวฝรั่งเศส แรกเริ่มถูกจัดให้เป็นกลุ่มเดียวกันกับว่านหางจระเข้ แต่ตอนหลังจึงถูกแยกออกมาเป็นสกุลใหม่ชื่อฮาโวเทียจนมาถึงปัจจุบัน

ฮาโวเทีย ไม้ประดับทนแล้ง

ฮาโวเทียเป็นพืชอวบน้ำ ทนแล้งได้ดีมาก ลักษณะของใบจะมีรูปร่างเรียวแหลม ซ้อนกันเต็มวงกลมเหมือนกลีบดอกไม้ ภายในใบจะอุ้มน้ำเพื่อสะสมไว้ในรูปของเจลใส รากของต้นไม้ประดับชนิดนี้จะหนาเพราะกักเก็บอาหารไว้เพื่อเลี้ยงลำต้น รากจะสามารถยืดและหดตัวได้ตามความชุ่มชื้นของดิน โดยจะหดตัวในช่วงแล้งและยืดตัวในช่วงที่มีความชุ่มชื้น เพื่อดูดน้ำไว้อย่างเต็มที่ เมื่อผลิดอกจะผลิออกมาเป็นช่อเดี่ยวหรือเป็นกิ่งก้านตามแต่ชนิดพันธุ์  สามารถพบไม้ชนิดนี้ได้ตามธรรมชาติละอวกสุมทุมพุ่มไม้และแนวหิน โดยสีสันของใบจะปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่ออำพรางตนเองจากการโดนสัตว์กินพืชเข้าทำลาย จนทำให้ไม้ประดับชนิดนี้มีความหลากหลายของสีสัน จนนักสะสมนิยมกันยิ่งนัก

ด้วยความกะทัดรัดของต้นฮาโวเทีย และความงดงามเป็นเอกลักษณ์ พร้อมทั้งปรับตัวได้ดีในทุกสภาพความชื้นและแสง จึงทำให้ไม้ประดับชนิดนี้กลายเป็นที่สนใจของตลาด เกิดเป็นตลาดเฉพาะที่ขยายตัวใหญ่ขึ้น และยังมีตลาดรองรับในเชิงอุตสาหกรรม ที่นำฮาโวเทียไปใช้สกัดเป็นส่วนประกอบของยาและสารสกัดจากพืชอีกด้วย ทำให้เกิดเป็นช่องทางการตลาดสำหรับเกษตรกรมือใหม่ที่สนใจปลูกไม้ชนิดนี้ เพื่อขายให้แก่นักสะสมและส่งให้แก่อุตสาหกรรม

การขยายพันธุ์ที่เพื่อนๆ เกษตรกรนิยมมากที่สุดคือการแยกหน่อ แม้ว่าจะสามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด หรือปักชำใบได้แต่กลับไม่ได้ความนิยมมากนัก โดยเราต้องเตรียมวัสดุเพาะ เช่น พีทมอส ขุยมะพร้าว ใส่ลงในกระถางขนาดที่พอเหมาะกับต้นพืชแต่ละพันธุ์ ต้นเล็กก็ใช้กระถางเล็ก ต้นใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ใช้กระถางใหญ่ขึ้นมา ที่รองก้นกระถางไว้ด้วยกาบมะพร้าวสับ แล้วนำหน่อพืชลงกระถาง โดยไม่ต้องให้ลำต้นลงดินมาก ก่อนที่จะเติมดินลงกระถางอีกเล็กน้อยและโรยหินภูเขาไฟไว้ด้านบนสุดอีกชั้น เทคนิคสำคัญคือเมื่อปลูกเสร็จยังไม่ต้องรดน้ำครับ ปล่อยให้รากได้ปรับให้เข้ากับดินราว 3 วัน แล้วค่อยรดน้ำพอชุ่ม หลังจากนั้นให้รดน้ำเพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ วางต้นฮาโวเทียที่ปลูกแล้วในที่แสงแดดรำไร หากปลูกมาก ก็นำสแลนมาคลุมให้แสงผ่านราว 40% พอครับ ใช้เวลาประมาณ 1ปีก็เริ่มนำไปขายได้แล้วครับ หากเป็นพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศและเป็นพันธุ์หายาก สามารถขายได้ราคาหลักหมื่นกันเลยนะครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook