โสมไทย สมุนไพรที่ต้องลิ้มลอง

ถ้าพูดถึงสมุนไพรโสม คนไทยส่วนใหญ่จะต้องนึกถึงโสมเกาหลี ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีรากอวบดูคล้ายกับเหง้า หรืออาจดูรูปร่างคล้ายๆ กับตัวคน มีสรรพคุณโด่งดังในเรื่องการบำรุงร่างกาย มักจะมีราคาแพงและหายาก จึงทำให้บรรดาสินค้าเพื่อสุขภาพหรืออาหารเสริมทั้งหลายที่โฆษณาว่ามีส่วนผสมของโสมอยู่ด้วยจะกลายเป็นสินค้าที่ดูมีคุณค่า มีราคาสูงขึ้นมาทันที ซึ่งเป็นเพราะความเชื่อในสรรพคุณของโสมเกาหลี ที่คนส่วนใหญ่รับรู้และซึมซับกันมาอย่างยาวนาน ทั้งจากประวัติศาสตร์หรือในตำรายาโบราณ ซึ่งส่งผลทำให้โสมสายพันธุ์ของประเทศอื่นๆ เช่น โสมจีน โสมอเมริกา ต่างก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีตามไปด้วย แต่ยกเว้นโสมไทยซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะ โสมไทย ไม่ใช่พืชในตระกูลโสม แต่เป็นเพียงแค่ชื่อที่ใช้เรียกพืชชนิดหนึ่งที่มีรากเหง้าดูคล้ายๆ กับโสม เท่านั้นเอง  แม้ต้นโสมไทยจะมีสรรพคุณสมุนไพรก็ตาม แต่หากไม่มีใครตั้งใจปลูกเป็นไม้ประดับหรือปลูกไว้รับประทานยอดใบอ่อน พืชชนิดนี้ก็จะไม่มีค่า และถือเป็นแค่วัชพืชชนิดหนึ่งที่แพร่ขยายพันธ์ุตัวเองได้ง่ายเท่านั้น

โสมไทย

ต้นโสมไทยพบได้ทั่วประเทศ ตามพื้นที่รกร้างที่มีต้นไม้ใหญ่ ตามสวน ตามไร่ หรือแม้แต่บ้านเรือนทั่วไป ชอบพื้นดินปนทรายที่ชุ่มชื้น เป็นพืชล้มลุกอายุสั้นเพียง 1 ปี ลำต้นตั้งตรง สูงเต็มที่ 1 เมตร ลำต้นอ่อนมีสีเขียวฉ่ำน้ำ เปราะหักง่ายคล้ายผักบุ้ง เป็นพืชใบเดี่ยว ปลายใบมน โคนใบเรียวเล็กจนถึงก้านใบดูคล้ายรูปไข่หัวกลับ ใบกว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 5-7 เซนติเมตร มีสีเขียวผิวเป็นมันทั้งสองด้าน ไม่มีขน ออกดอกบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอก 5 กลีบเป็นรูปไข่ ปลายกลีบแหลม มีสีม่วง ไม่มีกลิ่น ดอกบานในช่วงที่มีแสง หากมีความชุ่มชื้นเพียงพอ จะออกดอกได้ตลอดทั้งปี ส่วนผลจะเป็นลูกเล็กๆ กลมๆ  ผลสุกสีแดง เมื่อแก่จัดเป็นสีดำและแตกตัว มีเมล็ดสีดำขนาดเล็กๆ จำนวนมากฟุ้งกระจายพันธุ์ต่อไป

ในปัจจุบันคนสมัยใหม่เริ่มนำเอาต้นโสมไทยมาปลูกแบบปักชำเป็นไม้ประดับขนาดเล็กในกระถาง รวมถึงปลูกแบบเพาะเมล็ดเพื่อให้ได้รากแก้วที่เป็นเหง้าใหญ่ และเพื่อให้ได้จำนวนต้นที่มากขึ้นเพื่อนำเอายอดอ่อน ใบอ่อน มารับประทานเป็นอาหาร เพราะเป็นผักที่อร่อย จะนำไปผัดไฟแดง ทำต้มจืด ใส่แกงป่า หรือลวกทานกับน้ำพริกก็ทำได้สารพัด และมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์หลายชนิด นอกจากนี้รากแก้วที่เป็นเหง้าดูคล้าย ๆ โสม ก็ยังมีสรรพคุณสมุนไพรอีกหลายอย่าง แต่การนำไปใช้ปรุงยาทานเองเพื่อแก้โรค แก้อาการใดๆ ควรจะต้องหาความรู้ หาวิธีการปรุง จากแหล่งข้อมูลสมุนไพรที่เชื่อถือได้ แต่หากใช้ทานเป็นอาหารเพื่อมุ่งความอร่อย หรือสรรพคุณที่เป็นประโยชน์รวมๆ อันนี้ไม่มีปัญหาแน่นอนครับผม