สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

มะม่วงน้ำดอกไม้ ผลไม้ส่งออกอนาคตไกล

มะม่วงน้ำดอกไม้ คือมะม่วงชนิดกินผลสุก ที่เพื่อนๆ เกษตรกรชาวสวนมะม่วงนิยมปลูกกันมากที่สุดในปัจจุบัน สาเหตุเพราะมีผลสุกที่หวานอร่อย ผิวพรรณงดงาม ทนทานต่อการขนส่ง เหมาะสำหรับการส่งออก และตอนนี้ก็กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จึงทำให้ผลผลิตได้ราคาดี นอกจากนี้ตลาดในประเทศเองก็นิยมมากเช่นกัน เพราะทุกวันนี้มะม่วงอกร่องสุก ราคาแพง และหายากมาก ในขณะที่มะม่วงน้ำดอกไม้ ราคาถูกกว่า หาซื้อได้ง่าย แม้รสชาติด้อยกว่าเล็กน้อย แต่คนไทยก็หันมานิยมกัน

มะม่วงน้ำดอกไม้ สายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากที่สุดในตอนนี้ ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง รองลงมาก็เป็นพันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ที่เป็นเช่นนี้เพราะพันธ์ุน้ำดอกไม้สีทอง เป็นที่ชื่นชอบในตลาดต่างประเทศมากกว่าพันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 เพราะทั้งผิวพรรณภายนอกและเนื้อผลสุกภายใน มีสีเหลืองทองอร่าม ดูน่ากินมากกว่า รสชาติก็หวานอร่อย เนื้อนุ่มไม่มีเสี้ยน เมล็ดลีบ ดูแลให้ออกผลได้ 2 ครั้งต่อปี  ซึ่งพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองนี้เกิดมาจากการกลายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดของมะม่วงน้ำดอกไม้พระประแดง โดยผู้ค้นพบคือ พ.อ.อ.สมาน เอมอ่อง เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญ และมีใจรักในการปลูกมะม่วง ค้นพบมานานกว่า 40 ปี แล้ว

ส่วน มะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4 นั้นค้นพบในปี พ.ศ.2520 โดย อาจารย์สนั่น ขำเลิศ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ทดลองวิจัยขยายพันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้ด้วยวิธีเสียบยอด จำนวน 10 ต้น เป็นเวลา 2 ปี แล้วค้นพบว่ามะม่วงต้นที่ 4 มีการออกดอกนอกฤดูมากที่สุด จึงตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า น้ำดอกไม้เบอร์ 4 และนำไปมอบให้แก่เกษตรกรไปทดลองปลูก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความเป็น มะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายที่ให้ผล 3-4 ครั้งต่อปีรสชาติหวานอร่อยเหมือนน้ำดอกไม้สีทอง แต่สีผิวพรรณภายนอกอาจดูด้อยกว่า

แม้ว่า มะม่วงน้ำดอกไม้ 2 สายพันธุ์นี้จะเป็นที่นิยมปลูกกันมาก เพราะราคาผลผลิตดี มีอนาคตในการส่งออกที่สดใส แต่ถ้าเราไปถามเพื่อนๆ เกษตรกรผู้ปลูกจริง ก็จะได้รับคำตอบที่ตรงกันว่า มันจะต้องแลกมาด้วยความยากลำบากในการดูแลรักษาทะนุถนอม หากต้องการให้มะม่วงน้ำดอกไม้ของเรามีคุณภาพได้มาตรฐานเพียงพอต่อการเป็นผลไม้ส่งออก เพราะจุดอ่อนสำคัญอย่างหนึ่งในการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ ก็คือโรคเชื้อรา โดยเฉพาะที่มากับน้ำฝน ซึ่งเพื่อนๆ เกษตรกรจะต้องศึกษาให้ดีว่า พื้นที่ของเรามีสภาพอากาศอย่างไร ฤดูฝนเริ่มต้นเดือนไหน ฝนตกชุกในช่วงเดือนอะไร มีฝนทิ้งช่วงหรือไม่ ฝนสิ้นสุดเดือนไหน เพื่อการวางแผนกำหนดช่วงเวลาในการดึงช่อดอกมะม่วงให้เหมาะสม ทำให้ดอกมะม่วงที่ออกมาโดนฝนให้น้อยที่สุด หรือให้ออกดอกในช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด เพราะถ้าดอกมะม่วงบานในช่วงที่ฝนตกชุกมาก โอกาสที่จะเกิดการสะสมของเชื้อราในดอกจะสูงมาก อาจทำให้ผลผลิตทั้งหมดเสียหาย หรืออาจต้องใช้สารเคมีกำจัดเชื้อราบ่อยครั้ง ซึ่งต้นทุนสูงและไม่เป็นผลดี เพื่อนๆ ที่สนใจปลูกจะต้องศึกษาจุดอ่อนทุกจุดอย่างลึกซึ้ง รวมถึงหาความรู้โดยละเอียดในทุกขั้นตอนการปลูก ต้องพร้อมที่จะทุ่มเทดูแลเอาใจใส่อย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรฐานสากล เพื่อเป็นเครื่องรับรองคุณภาพ และสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนกันนะครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook