สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

การเสียบยอดทุเรียน กับ 2 ส่วนที่ต้องคัดสรร

การเสียบยอดถือเป็นวิธีการหนึ่งในการขยายพันธุ์ทุเรียนเฉกเช่นเดียวกันกับพืชผลอื่นๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาการกลายพันธุ์จากการเพาะด้วยเมล็ดและให้ผลผลิตช้า  ซึ่งวิธีนี้เป็นการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และจะต้องประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ

  • ต้นตอ ที่เป็นลำต้นจากพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ที่ทนต่อโรค มีลำต้นที่สมบูรณ์ เพื่อทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำและธาตุอาหารให้แก่กิ่งพันธุ์ดีที่เราจะนำมาเสียบ
  • กิ่งพันธุ์ดี ที่เราคัดสรรมาแล้วว่าเป็นพันธุ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามที่เราต้องการ

วิธีการขยายพันธ์ุแบบนี้จะทำให้เราได้ผลผลิตตรงตามต้นแม่พันธุ์ของกิ่งพันธุ์ และได้ระบบรากที่แข็งแรงของต้นตอ ทนแล้ง ทนสภาพอากาศได้ดี อัตราการรอดสูง เติบโตไว ทำให้ได้ผลผลิตเร็วขึ้น ลำต้นกะทัดรัดทำให้ดูแลและเก็บเกี่ยวง่าย และยังสามารถขยายพันธุ์ได้ในจำนวนที่มากและใช้เงินทุนไม่มากนัก  สิ่งสำคัญคือนอกจากการเลือกกิ่งพันธุ์ดีและต้นตอแล้ว เราจะต้องหากิ่งพันธุ์และต้นตอที่มีขนาดใกล้เคียงกันด้วย เพื่อให้เนื้อเยื่อประสานกันได้ลงตัว

การเสียบยอดทุเรียน กับ 2 ส่วนที่ต้องคัดสรร

กิ่งพันธุ์ทุเรียนที่จะนำมาใช้ในการเสียบยอดนั้น ต้องไม่มีประวัติการมีโรคหรือโดนแมลงกวน ควรเลือกกิ่งพันธุ์ที่อยู่บนปลายยอดของต้นพันธุ์แม่ที่เป็นกิ่งกระโดง อายุกิ่งพอประมาณไม่แก่หรือไม่อ่อนเกินไป โดยทั่วไปจะมีขนาดราว 1.5 เซนติเมตร ความยาวไม่เกิน 80 เซนติเมตร กิ่งแบบนี้จะเติบโตได้ดีกว่ากิ่งที่เป็นกิ่งแนวนอน และจะต้องปลิดใบออกเพื่อลดการคลายน้ำจากใบลงให้น้อยที่สุด เพื่อให้กิ่งพันธุ์รักษาความชุ่มชื้นไว้

ส่วนของต้นตอนั้น จะเลือกใช้ต้นตอที่มีอายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ที่มีรากเดินหนาแน่น เฉือนทั้งกิ่งพันธุ์ดีและต้นตอให้เป็นรูปโล่แล้วนำทั้ง 2 ส่วนมาทาบเข้าด้วยกันอย่างแนบชิดแล้วพันด้วยพลาสติกจากโคนกิ่งขึ้นมายังส่วนบนให้แน่น ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปยังรอยแผลที่ประสานกันไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดการเน่า หลังจากนั้นให้คลุมด้วยถุงพลาสติกและมัดปากถุงให้แน่น นำไปวางไว้ในบริเวณโรงเรือนเพื่อควบคุมอุณหภูมิและแสงแดดอย่างเหมาะสม รอจนเนื้อเยื่อของต้นตอและกิ่งพันธุ์ที่ได้จากการเสียบยอดทุเรียนประสานกันสนิท (ใช้เวลาราว 3-4 สัปดาห์) เมื่อสังเกตว่ายอดต่อกันดีแล้วให้นำถุงพลาสติกออกได้ หรืออาจจะทยอยนำถุงออกทีละครึ่ง เช่น 3 เมื่อครบ 3-4 สัปดาห์ตัดถุงออกหนึ่งเพื่อให้ต้นพันธุ์ได้ปรับตัวและหลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์จึงนำถุงที่เหลือออกทั้งหมด  และหากยอดพันธุ์เจริญได้ดีมีความแข็งแรงให้เรานำไปปลูกในถุงดำที่มีวัสดุปลูกประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน ขี้วัวและแกลบอย่างละ 1 ส่วน และนำไปดูแลในโรงเรือนที่มีการพรางแสงร้อยละ 50 ใช้เวลาราว 6-10 เดือนรอให้ต้นแข็งแรงก็สามารถนำต้นพันธุ์ที่ได้ลงปลูกในแปลงได้

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook