สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ข่าแดง หรือข่าอ่อน สมุนไพรมาแรง

ข่าแดง หรือบางครั้งเราก็จะเรียกว่าข่าอ่อนหรือข่าตาแดง สมุนไพรพื้นบ้านที่แต่เดิมนั้นจะปลูกไว้กันแทบทุกครัวเรือน แต่ในปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถส่งขายยังโรงงานผู้ผลิตน้ำพริกที่มีกำลังซื้อสูง จนทำให้เพื่อนเกษตรกรหลายรายให้ความสนใจนำมาปลูกสร้างอาชีพ โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานอุตสาหกรรมอาหารประเภทน้ำพริกต่างๆ ที่นิยมใช้ข่าชนิดนี้เป็นวัตถุดิบในการผลิต เพราะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นและยังให้สีสันที่งดงามและรสชาติ น่ารับประทาน ซึ่งเป็นข้อเด่นเหนือกว่าข่าชนิดอื่น

สมุนไพรข่าแดง หรือข่าอ่อน นี้เป็นที่รู้จักกันมาช้านานว่า ส่วนหัวสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรแก้ท้องผูก ลดอาการแน่นเฟ้อในกระเพาะและลำไส้ แก้อาการเลือดฮ่อจากการหกล้มหรือโดนกระแทก ขับเลือด ส่วนของดอกและใบใช้ประคบผิวรักษาโรคผิวหนังประเภทกลากเกลื้อน เมื่อนำส่วนหัวของข่ามาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำน้ำพริก นอกจาก ความหอม อร่อยและสีสวยแล้ว ยังทำให้ช่วยขับลมได้ดีอีกด้วย เรียกว่าได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพ

ข่าแดง หรือข่าอ่อน สมุนไพรมาแรง

โดยทั่วไปเราจะนิยมปลูกข่าช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ดูแลให้น้ำให้ปุ๋ยดีๆ ราว 3 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยเราสามารถวางแผนการเก็บหน่ออ่อนสลับหมุนเวียนแต่ละแปลง ทำให้เก็บเกี่ยวทำรายได้ได้ทุกวัน พืชชนิดนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้ยาวเป็นระยะเวลาร่วม 8-10 ปี ยิ่งดูแลต้นแม่ดีๆ จะยิ่งเก็บได้นาน แต่ในช่วงฤดูหนาวอาจจะให้ผลผลิตน้อยกว่าปกติ ทั้งนี้ทั้งนั้นหน่อที่เก็บต้องเป็นหน่ออ่อนเท่านั้น โดยสังเกตจากต้นที่มีใบไม่เกิน 3 ใบ

สำหรับการปลูก ข่าแดง หรือข่าอ่อน ต้องใส่ใจกันตั้งแต่การเตรียมดินให้เกิดการระบายน้ำได้ดี เพื่อป้องกันหัวข่าเน่าจากการเกิดน้ำขัง และการเตรียมท่อนพันธุ์ที่จะใช้ในการขยายพันธุ์ ควรเลือกท่อนพันธุ์จากต้นแม่ที่สมบูรณ์มีอายุมากกว่า 1 ปีเป็นอย่างน้อย เพื่อจะได้ท่อนพันธุ์ที่มีตามากและงอกเร็ว ทั้งนี้หากเป็นมือใหม่มีทุนจำกัดควรใช้ 1 เหง้าต่อหลุม เพราะจได้ประหยัดค่าท่อนพันธุ์ แต่หากมีทุนมากขึ้นอาจจะปลูกแบบ 2เหง้า 3 เหง้า 4 เหง้า ต่อหลุมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นแต่ก็ตามมาด้วยต้นทุนท่อนพันธุ์ที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

การให้น้ำ จะให้น้ำไม่มาก เน้นการให้ปุ๋ยคอก เพราะตลาดต้องการพืชอินทรีย์มากยิ่งขึ้น  ส่วนเรื่องของแมลงศัตรูพืช ควรใช้การสังเกตด้วยตาเปล่า หากพบว่าต้นข่าแดง หรือข่าอ่อน ต้นไหนมีหนอนกอหรือมีอาการผิดสังเกตให้รับทำลายในทันทีจะช่วยระงับปัญหาได้

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook