สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นว่านเศรษฐีเรือนใน

ว่านเศรษฐีเรือนใน เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกอายุหลายปี อยู่ในวงศ์หน่อไม้ฝรั่ง มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนทางตอนใต้และตะวันตกของแอฟริกาจนถึงแคเมอรูนและเอธิโอเปียและกระจายพันธุ์ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก เป็นไม้ประดับในร่มที่เลี้ยงง่ายมาก และยังเป็นว่านมงคลที่นิยมนำมาจัดวางไว้ในบ้านและห้องทำงาน โดยมีความเชื่อว่าผู้ใดมีพืชชนิดนี้ในครอบครองจะเกิดความมั่งคั่ง ค้าง่ายขายคล่อง เงินทองไหลมาเทมา ดังชื่อของพืชที่ว่า “เศรษฐี” เสริมทรัพย์ เสริมโชคลาภ ป้องกันศัตรูและภยันตรายไม่ให้แผ้วพาน ทำให้ได้รับความนิยมในการนำไปเป็นของขวัญของฝากแก่ผู้คน ยิ่งช่วงนี้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของต้นไม้ที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศหรือที่เรามักเรียกกันว่าต้นไม้ฟอกอากาศนั้น ต้นไม้ชนิดนี้ก็ติดอยู่ในโผสำคัญในการลดมลพิษ โดย The NASA Clean Air Study ได้ ระบุว่า ว่านชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการกำจัดสารพิษในอากาศที่มักพบโดยทั่วไป เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์และไซลีน

ต้นว่านเศรษฐีเรือนใน

ว่านเศรษฐีเรือนในโดยทั่วไปจะมีความสูงระหว่าง 30-50 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง เป็นทรงพุ่มกลมหนาจากการแตกเหง้าที่หนาแน่นของลำต้น มีกาบใบหุ้มลำต้น แตกกอจำนวนมาก ใบเรียวเล็ก ยาวระหว่าง 30-60 เซนติเมตร กว้างระหว่าง 2-5 เซนติเมตร แตกต่างกันตามพันธุ์และการดูแลบำรุง โคนใบแคบ แต่จะผายออกบริเวณกลางใบแล้วสอบเข้าบริเวณปลายใบจนแหลม ขอบใบเป็นสีเขียวตามยาวทั้งสองด้าน ส่วนกลางใบมีแถบสีครีมและแถบเขียวอ่อนบ้าง ดอกจะผลิออกมาเป็นช่อ มีทั้งดอกเดี่ยวและหลายดอก ช่อดอกยาว ก้านเป็นปล้องๆ ผลิดอกสีขาวบริเวณก้าน แตกต้นอ่อนขนาดเล็กตามซอกก้านดอกห้อยย้อยลงมาจากปลายยอด หากปลูกเป็นไม้กระถางจมองเห็นต้นอ่อนและรากระโยงระยางคล้ายแมงมุมจึงเป็นที่มาของชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า Spider Plant แต่หากปลูกเป็นพืชกระถางวางกับพื้น รากของต้นอ่อนจะแทงลงดินและแตกเป็นกอใหม่ได้ในที่สุด

โดยทั่วไปว่านเศรษฐีเรือนใน มักได้รับความนิยมปลูกเป็นไม้กระถาง เพื่อนำไปจัดวางในตำแหน่งต่าง ๆ ของบ้านและอาคารได้โดยง่าย สามารถทำเป็นไม้แขวนได้ เป็นไม้ที่เหมาะกับในร่ม ไม่ชอบแสงแดดจ้า แต่หากไม่ได้รับแสงเลยอาจจะทำให้สีของใบซีด ดังนั้นจึงควรได้รับแสงอย่างเหมาะสม พืชชนิดนี้ชอบดินที่มีความชื้นและอากาศที่มีความชื้น ดังนั้นจึงจัดวางในพื้นที่ห้องแอร์ได้ดี และขอแนะนำให้รดน้ำด้วยน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำฝนหรือน้ำบาดาลและเลี่ยงการรดน้ำด้วยน้ำประปาเพราะอาจจะทำให้ใบของว่านไหม้เพราะสารคลอรีนและฟลูออไรด์ในน้ำได้

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook