สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นสายหยุด ไม้ประดับทรงพุ่ม

ต้นสายหยุด เป็นไม้ที่มีทรงพุ่มแผ่กว้าง พบได้ทั่วไปในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ประเทศเนปาลจรดประเทศฟิลิปปินส์ เจริญเติบโตตามป่าดิบชื้นและชายป่า ในพื้นที่ราบที่ระดับความสูงจากระดับนำทะเลจนถึง 600 เมตร มักพบเห็นตามริมถนนหนทางโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่นิยมนำมาปลูกเพื่อสร้างร่มเงาบริเวณทางเท้าและตามป้ายรอรถเมล์ เพราะมีลำต้นที่เล็กและระบบรากที่หยั่งลงลึกไม่สร้างผลกระทบแก่พื้นผิวทางเท้า ด้วยความที่สายหยุดเป็นพืชวงศ์เดียวกับกระดังงาจึงทำให้ดอกมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกัน จนมีชื่อเรียกกันว่า กระดังงาแคระ อีกชื่อหนึ่งด้วย และด้วยกลิ่นหอมของดอกนี้จะมีกลิ่นหอมรุนแรงในช่วงเช้าและกลิ่นจะลดน้อยลงเมื่อเวลาเริ่มสาย และกลิ่นหอมจะหายไปเมื่อถึงเวลาเที่ยง จึงเป็นที่มาของชื่อ สายหยุด นัยว่า หยุดให้กลิ่นในตอนสายนั่นเองครับ

ต้นสายหยุด ไม้ประดับทรงพุ่ม

ต้นสายหยุดมักถูกนำมาประโยชน์ในการจัดสวนดอกไม้ จัดแต่งเป็นพุ่มหรือซุ้มประตู ซุ้มโรงรถ เป็นไม้ที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ให้ดอกหอมทั้งปี และยังนิยมนำดอกสายหยุดสดมาเป็นวัตถุดิบในการสกัดน้ำมันหอมระเหยเพื่อนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งใช้เพื่อเป็นน้ำมันหอมระเหยเพื่อการบำบัดอีกด้วย นอกจากนี้ตำรายาไทยยังได้นำรากมาใช้รักษาอาการท้องเสีย แก้อาการบิดในช่องท้อง ส่วนของดอกสดนั้นใช้เป็นส่วนประกอบในการเข้ายาหอมที่ใช้สำหรับบำรุงหัวใจ เป็นต้น

ต้นสายหยุดเป็นพืชประเภทไม้พุ่มรอเลื้อย เจริญได้ถึง 5 เมตร แต่โดยทั่วไปจะพบว่ามีความสูงประมาณ 1.5 เมตร เปลือกผิวของลำต้นมีสีน้ำตาลแก่ออกดำ มีขนอ่อนปกคลุมทั่วกิ่งอ่อน และเริ่มผลัดออกเมื่อแก่ขึ้นจนผิวเปลือกมีสีดำผิวเรียบ ใบเป็นใบเดี่ยว โคนใบกลม ขอบขนานปลายใบแหลมคล้ายดาบ ขอบใบเป็นคลื่น แตกดอกตรงข้ามกับใบ ดอกอ่อนมีสีเขียวแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกยาวเรียวโค้งงอ บิดตัวเป็นเกลียวเล็กน้อย สามารถบานได้หลายวัน ให้กลิ่นหอมฟุ้งในช่วงเช้า ต่างจากดอกการเวกที่เป็นไม้ประเภทเดียวกัน แม้จะดอกจะคล้ายกันแต่ดอกการเวกจะมีขนาดดอกที่เล็กกว่า ให้ปริมาณดอกไม่มาก กลิ่นดอกจะอ่อนกว่าสายหยุด และสามารถสังเกตได้ว่ากลีบดอกการเวกจะหนา ตรง และมีขนที่ใบและยอดอ่อน ผลของต้นสายหยุดจะออกผลเป็นกระจุก ประกอบด้วยผลย่อยลักษณะคล้ายลูกปัดเรียงตัวกันยาวประมาณ 7 ข้อตั้งแต่ 5 – 35 ผลย่อย ผลมีผิวเรียบมัน ย้อยลง ตรงกลางผลมีเมล็ดสีน้ำตาล ผิวเกลี้ยงประมาณ 3-5 เมล็ด สามารถปลูกได้ในดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุมากและมีแสงแดดจัด

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook