สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นหงส์ฟู่ ไม้ประดับสีสวย

ต้นหงส์ฟู่ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Chinese  Fringe  Flower มีชื่อภาษาจีนกลางว่า “หงจี้มู่” เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในมณฑลทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และยังพบได้ในบริเวณพื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัย เรื่อยไปยังประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น ลักษณะเป็นไม้พุ่มที่มีดอกกลีบบางอ่อนช้อย บอบบางและมีกลิ่นหอม แม้จะผลิดอกเพียงปีละครั้ง แต่ความงามของใบก็นับเป็นเสน่ห์ชวนชมที่ทำให้ผู้ชื่นชอบไม้ประดับหลงใหลจนต้องซื้อหามาประดับบ้านเรือนและอาคาร และยังถือเป็นไม้มงคลที่ชาวจีนนิยม โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีดอกสีแดงฉาน เพราะมีความเชื่อกันว่าสีแดงคือสีแห่งความมั่งคั่ง จนทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ถูกเรียกกันว่า ต้นมั่งมีศรีสุขไปตามความเชื่อ

ต้นหงส์ฟู่ ไม้ประดับสีสวย

ต้นหงส์ฟู่ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กมีความสูงราว 1-3 เมตร แต่ที่พบทั่วไปในบ้านเรามักจะสูงไม่เกิน 2 เมตร  มีกิ่งก้านหนาแน่น ทรงพุ่มเป็นทรงกลมแคบ มีทั้งทรงพุ่มสูงหรือทรงพุ่มต่ำขึ้นอยู่กับแต่ละชนิดของสายพันธุ์ สีของเปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลแกมแดง แตกใบเป็นสีแดงกล่ำไม่เหมือนต้นไม้ชนิดอื่น ทำให้มีความโดดเด่นตระการตา ใบมีลักษณะทรงรี ปลายแหลม โคนใบเว้า ขนาดประมาณ 2*5 เซนติเมตร แตกดอกที่ปลายยอดเป็นช่อ ประกอบด้วยดอกย่อยราว 5-10 ดอก แต่ละพันธุ์จะมีดอกที่สีต่างกันเช่น สีแดง สีชมพูม่วง สีขาว แต่ที่พบเห็นได้บ่อยคือสีแดงและสีชมพูม่วง ดอกจะมีลักษณะกลีบดอกขนาดเล็กเป็นแถบริ้วเล็กๆ ยาวและปลายกลีบจะบานงอนลงเล็กน้อย

สำหรับการปลูกต้นหงส์ฟู่ จะทำด้วยวิธีปักชำกิ่ง สามารถปลูกในกระถางและปลูกลงดินกลางแจ้งได้เลย โดยในประเทศจีนนั้นนิยมปลูกเป็นไม้เลี้ยงแบบตัดแต่งคล้ายบอนไซ ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายเพื่อให้เกิดการระบายได้ดี ไม่เกิดการท่วมขัง เพราะไม้ชนิดนี้ไม้ทนต่อน้ำขัง เหมาะกับการปลูกในดินที่สมบัติเป็นกรดอ่อนๆ วางไว้ในสถานที่สามารถรับแสงแดดได้ทั้งวัน เพื่อให้ใบสามารถสังเคราะห์แสงได้ดี ทำให้เจริญเติบโตเต็มที่ให้ใบและดอกที่มีสีสันสวยงาม หากได้รับแสงแดดไม่เพียงพอจะทำให้กิ่งยืด ทรงพุ่มไม่งาม และใบสีแดงสวยๆ จะกลายเป็นสีเขียวไป

หลังจากปลูกแล้วควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่มากจนเกินไป ปล่อยให้ต้นหงส์ฟู่เติบโตตามธรรมชาติเพื่อให้แตกดอกได้สะพรั่งเต็มต้น แต่หากจะตัดแต่งทรงพุ่มแบบบอนไซ ควรทำการตัดแต่งหลังจากที่ดอกร่วงหมดแล้วซึ่งเป็นระยะพักตัว เพื่อให้ไม่กระทบต่อการผลิดอกในรอบถัดไปมากนัก

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook