สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นหยาดน้ำค้าง พืชพิฆาตแมลง

ต้นหยาดน้ำค้าง ต้นพืชชื่องามที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ แต่กลับเป็นต้นพืชที่ได้รับความนิยมในการซื้อหากันค่อนข้างมากบนโลกการค้าออนไลน์ เป็นหนึ่งในพืชกินแมลงที่มีความสะสวยงดงาม ที่นักสะสมนิยมมีไว้ครอบครอง มีนักสะสมบางส่วนต้องนำเข้าพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาจากต่างประเทศกันเลยทีเดียว แบะมีผู้เพาะเลี้ยงบางกลุ่มสามารถผลิตต้นไม้ชนิดนี้จนสร้างรายได้ในการส่งออกเป็นกอบเป็นกำ โดยพืชกินแมลงสกุลนี้ที่ได้รับการรายงานไว้ประมาณ 160 ชนิดทั่วโลกนั้น แต่พบในประเทศไทยเราและเป็นที่รู้จักกัน คือ ต้นหยาดน้ำค้าง ซึ่งพบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ และยังมีหญ้าไฟตะกาดที่มักจะพบบริเวณที่ลุ่มที่มีลำน้ำไหลผ่านในเขตภาคเหนือ

ต้นหยาดน้ำค้าง พืชพิฆาตแมลง

ต้นหยาดน้ำค้าง เป็นพืชที่มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละชนิด มีการเจริญอยู่ในทุ่วทุกภูมิภาคของโลกทั้งบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นจัดไปจนถึงบริเวณกลางทะเลทรายที่ร้อนจัด มีความสามารถในการอยู่รอดได้ทุกสภาพแวดล้อม พัฒนาตนเองให้อยู่รอดและอาศัยแมลงเล็กๆ เป็นอาหารด้วยการปล่อยของเหลวที่มีความหนืดเพื่อดักจับแมลงที่หลงเข้ามาเกาะใบ แล้วจึงย่อยแมลงด้วยน้ำย่อยก่อนจะดูดซึมเข้าไปในลำต้นเพื่อลำเลียงเป็นอาหารเลี้ยงส่วนต่างๆ ของต้นพืช รากมีหน้าที่หลักคือเกาะยึดกับพื้นและดูดซึมและกักเก็บความชุ่มชื้นจากดิน และในบางชนิดจะใช้รากเพื่อการสืบพันธุ์ เป็นพืชที่มีอายุสั้นประมาณ 1-2 ปี แม้ขนาดของต้นแต่ละสายพันธุ์หรือแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน แต่กระบวนการปล่อยสารหนืดเพื่อดักจับแมลงเป็นอาหารนั้นมีความเหมือนกันในทุกสายพันธุ์ ใบจะมีทั้งแบบรูปทรงเป็นใบรี รูปเส้นคล้ายแปรงล้างขวด และแบบเป็นใบกลม แต่แทบทุกสายพันธุ์จะมีดอกเป็นลูกกลม ขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-5 เซนติเมตร สีแตกต่างกันไปตามแต่ะชนิด เช่น สีม่วง สีเหลือง สีชมพูเข้ม สีแดง สีแสด เป็นต้น

ลักษณะบางประการของต้นหยาดน้ำค้างพันธุ์ต่างๆ ที่เติบโตได้ในสภาพภูมิอากาศที่มีอากาศหนาว จะมีลักษณะของลำต้นและใบใกล้เคียงกัน จะทนหนาวได้ดีแต่จะไม่ทนร้อน โดยในช่วงที่หนาวจัดจะมีการทิ้งใบเพื่อรักษาพลังงานและพักตัว แต่หากเป็นพันธุ์ที่อยู่ในเขตร้อนจะมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่หลากหลายและแตกต่างกัน เช่น พันธุ์ที่เกิดในชายฝั่งทะเลจะมีใบยาวลักษณะปลายแหลมคล้ายพืชในกลุ่มหญ้า บางพันธุ์จะมีใบเรียงตัวกันแน่นคล้ายกลีบดอก แต่พันธุ์ที่หายาก สวยงามและเป็นที่ต้องการของนักสะสมคือพันธุ์ D. regia ที่มีใบขนาดใหญ่คล้ายฝักดาบ ใครผลิตได้มากย่อมมีโอกาสในการขายมากตามมาด้วย

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook