โครงการทุนปริญญาตรีเพื่อเกษตรกรรุ่นใหม่

นกกระจอกเทศ นกเนื้อ หนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจ

นกกระจอกเทศ เป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจ ที่ได้รับความสนใจในการเพาะเลี้ยงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมีข้อได้เปรียบในหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของปริมาณน้ำหนักเนื้อที่ได้นั้นมีความสัมพันธ์กับปริมาณโภชนะที่กินเข้าไป ซึ่งไม่เหมือนกับวัวที่ปริมาณการเกิดเนื้ออาจไม่สัมพันธ์กับโภชนะอาหารที่ให้ และข้อได้เปรียบอีกข้อของการเลี้ยงสัตว์ประเภทนี้คือใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่มาก และผลผลิตสามารถใช้ปะโยชน์ได้ เช่น เนื้อที่มีไขมันต่ำสารถนำมาปรุงเป็นอาหาร หนังนำมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่มหรือกระเป๋าและยังถูกเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งมั่นคงอีกด้วย  ส่วนขนนกและไข่ชื่อการตกแต่งบ้าน ไขมันนำมาทำน้ำมันหม่องและสบู่ กระดูกนำมาป่นเป็นอาหารสัตว์ เรียกว่าสามารถขายทำเงินได้ทั้งนั้นครับ

นกกระจอกเทศ

นกกระจอกเทศ เป็นนกที่บินไม่เป็นครับ ถึงแม้ว่าจะมีปีก แต่ด้วยน้ำหนักขาที่หนัก เพราะมีขนาดที่ใหญ่และแข็งแรง ทำให้ไม่บินแต่กลับวิ่งได้เร็วมากถึง 60 กม./ชม. เลย ถูกจัดเป็นนกที่วิ่งได้เร็วที่สุด เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ และสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์อื่นได้ แต่มีความสามารถในการเอาตัวรอดจากสัตว์กินเนื้อได้ดีมาก เพราะมีสายตาที่เฉียบคมและมีสัญชาตญาณป้องกันตัวสูง และยังถือว่าเป็นนกชนิดที่ใหญ่ที่สุด มีความสูงถึง 2.5 เมตร และน้ำหนักมากถึง 160 กิโลกรัมเมื่อมีอายุราวๆ 4 ปี

เรื่องของต้นทุนในส่วนของพันธุ์นกกระจอกเทศกันบ้างนะครับ พันธุ์ที่มีอายุ 1 วัน จะมีราคาตัวละ 3,000 บาท ส่วนพ่อแม่พันธุ์จะขายคู่ละ 150,000 บาทเลยทีเดียวครับ การเลี้ยงนกกระจอกเทศนั้น ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงประมาณ 2-6 ไร่ เพื่อให้นกกระจอกเทศได้วิ่งเล่นให้ร่างกายแข็งแรง ทำหลังคาบังแดดบังฝน และสร้างรั้วรอบขอบชิด มีรางน้ำสะอาดที่จุน้ำได้เพียงพอ และให้อาหาร รวมทั้ง หญ้าแห้ง พืชผัก พืชอาหารสัตว์ แมลง และหัวอาหารเพื่อเพิ่มสารอาหารที่สำคัญให้แก่นกชนิดนี้ด้วย

เมื่อเลี้ยงนกกระจอกเทศได้ประมาณ 14 เดือน จะมีน้ำหนักตัวถึง 90-100 กิโลกรัม ชำแหละได้เนื้อประมาณ 35 กิโลกรัม หากเป็นเนื้อเกรด A-B ขายได้ราคา 400-800 บาท ส่วนเศษเนื้อขายได้ราคาประมาณกิโลกรัมละ 150 บาทขึ้นไป และแต่ละตัวยังให้หนัง 1.2 ตารางเมตร และเนื้อส่วนหลังที่มีความนูนของตุ่มชัดสม่ำเสมอจะขายได้ราคาดีมาก ราคาอาจสูงถึงผืนละ15,000บาทเลยครับ

มาถึงขนนกกันบ้างครับ ขนที่จะขายได้ราคาดี ต้องกว้างราวๆ 12 นิ้วครับ ความยาวขนเท่ากัน ก้านโค้งได้รูป ปลายขนกลมสวย มีความนุ่ม มันวาว ส่วนของไข่ก็นำเนื้อไข่ไปปรุงเป็นอาหาร ส่วนเปลือกไข่นำมาวาดลายเส้นลงสีเพื่อตกแต่งบ้านกันได้ครับ พูดกันแค่นี้ก็เห็นแต่กำไรกันแล้วใช่ไหมครับ …..ส่วนการวางแผนต่างๆ ก่อนการเลี้ยง เก็ต้องลงรายะเอียดกันเพิ่มเติมนะครับ

blog.arda.or.th