สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ปลูกไม้เนื้อแข็ง โตเร็ว มีไหมหนอ

ไม้เนื้อแข็ง เป็นไม้ที่ตลาดมีการเจริญเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรบางรายหันมาปลูกกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ที่สามารถส่งเข้าตลาดได้ไวยิ่งเป็นที่สนใจของนักปลูกทั้งหลายอย่างมาก  อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม้เนื้อแข็งส่วนใหญ่จะต้องเวลาที่ยาวนานกว่าที่วงปีของไม้และแก่นไม้จะความแข็งแรงทนทานเพียงพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ยิ่งเป็นไม้ที่นำมาใช้งานภายนอกอาคาร ยิ่งจะต้องเน้นเรื่องความทนทานทั้งแดดและฝนอย่างดี ไม่บิดงอหรือโก่งจากการขยายตัวของเนื้อไม้หรือการหดตัวของเนื้อไม้มากจนเกินไป ทำให้การปลูกไม้เนื้อแข็งจำเป็นต้องใช้เวลายาวนานกว่าการปลูกไม้เนื้ออ่อนอย่างไม้สักหรือไม้ยางพารา

ปลูกไม้เนื้อแข็ง โตเร็ว มีไหมหนอ

การปลูกไม้เนื้อแข็งนั้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนเลยว่า จะต้องเป็นไม้ที่มีค่าความแข็งแรงมากกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และควรมีความทนทานตามธรรมชาติมากวว่า 10 ปี ทั้งนี้คนในยุคก่อนหน้านี้มักจะเรียกไม้ที่ได้จาก ต้นเต็ง ต้นรัง ต้นประดู่ ต้นแดง ต้นตะเคียน ต้นมะค่าโมง ต้นกันเกราและต้นบุนนาค ว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง เพราะเป้นไม้ที่มีความทนทานสูง

ไม้เนื้อแข็งที่มักนิยมนำมาใช้ในการสร้างบ้านอย่างมากคือ ไม้ตะเคียน เป็นไม้เนื้อแข็งแรงมาก มีความคงทนสูง ขณะที่ไม้ตะแบกเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีของเนื้อไม้อ่อนที่สุดจึงนิยมนำมาใช้ในการตกแต่งภายในและทำพื้นบ้าน เพราะสามารถขัดและแต่งสีได้ง่าย ส่วนมะค่า ไม้แดง เต็ง และรังนั้น จะมีสีที่เข้มขึ้นและมีความแข็งแรงมาก ทำให้ราคาซื้อขายในตลาดสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก แต่ก็ต้องแลกมากับระยะเวลาในการปลูกที่ยาวนาน เพื่อให้ไม้เกิดวงไม้และเนื้อไม้มีความแข็งแรงจนได้ที่ ทำให้เติบโตได้เร็วไม่ทันใจลูกค้า

ดังนั้นหากจะปลูกไม้เนื้อแข็ง อาจจะต้องทำใจว่าไม่โตเร็วอย่างที่คิด แต่อาจจะต้องหันมาพิจารณาไม้โตเร็วที่ตลาดมีความสนใจไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ได้แก่ ไม้ยูคาลิปตัส ไม้มะฮอกกานี ไม้กระถินเทพา ไม้สะเดาและไม้ไผ่ ที่ใช้เวลาในการปลูกจนถึงระยะเวลาในการตัดไม้มาใช้ประโยชน์ได้ไม่นาน โดยเส้นผ่านศูนย์กลางจะมีการขยายตัวอย่างน้อยปีละ 1.5 เซนติเมตร ใช้เวลาราว 5-15 ปีก็สามารถตัดฟันมาใช้ประโยชน์ของเนื้อไม้ได้ ขณะที่ไม้โตช้าจะมีอัตราการขยายตัวของเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นเพียงปีละ 0.8 เซนติเมตร ต้องใช้เวลามากกว่า 15 ปี จึงจะสามารถพิจารณาตัดฟันมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นจะให้ดีควรปลูกไม้เนื้อแข็งแซมไปกับไม้โตเร็วในกระแส เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ระหว่างรอไม้เนื้อแข็งพร้อมจำหน่ายได้

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook