สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ลูกใต้ใบ พืชท้องนา ยาชั้นเลิศ

ลูกใต้ใบ เป็นวัชพืชในพืชไร่และพืชผักที่มีสรรพคุณทางยามากมาย แพร่พันธุ์ได้ดีในเขตร้อน จึงพบได้ทั่วไปในประเทศไทยเรา รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและประเทศโซนร้อนต่างๆ แต่ก่อนเรามองว่าพืชชนิดนี้เป็นพืชที่ไม่มีความจำเป็นต่อมนุษย์ และก็โชคดีเหลือเกินที่เราค้นพบสรรพคุณอันหลากหลายของลูกใต้ใบที่เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายมนุษย์จนได้

ต้นหญ้าใต้ใบขาวตามชื่อทางใต้ หรือมะขามป้อมดิน ตามที่ชาวเหนือเรียกนั้น  เป็นพืชล้มลุกอายุสั้นไม่เกิน 1 ปี ลักษณะของลำต้นตั้งตรง มีความสูงประมาณ 4 ถึง 16 นิ้ว ลำต้นเรียบไม่มีขน พบได้ตามท้องไร่ท้องนา รสชาติของทุกส่วนของต้นลูกใต้ใบ ตรงตามสุภาษิตไทยที่ว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา ซึ่งหญ้าใต้ใบต้องเป็นยาที่ดีมากๆ เพราะว่าขมทุกส่วน สามารถนำใช้ประโยชน์เป็นสมุนไพรได้ทั้งต้น แต่ถ้าไปขึ้นแทรกกลางแปลงพืชสวนพืชไร่ ก็ย่อถูกเพื่อนๆ เกษตรกรปราบให้สิ้นซากเป็นแน่แท้ เพราะจะคอยแย่งธาตุอาหารพืชที่เราปลูกไว้ เหมือนวัชพืชต่างๆ ครับ

ลูกใต้ใบ

ลูกใต้ใบ ได้รับการยอมรับมาแต่โบราณว่าช่วยลดการอกฤทธิ์ของสารเคมีต่อตับ เป็นสมุนไพรที่ใช้เพื่อบำรุงร่างกายในผู้ป่วยมะเร็งในตับ เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยืดอายุขัยผู้ป่วยได้ สำหรับการบำรุงร่างกายของคนทั่วไปนั้น เรานิยมนำลูกใต้ใบมารับประทานเพื่อควบคุมความดันโลหิตและเบาหวาน บรรเทาไข้ ลดไอ แก้อาการบิดมวนในช่องท้อง ระงับอาการไข้ทับระดู แก้อาการเริมและไวรัสต่างๆ

ตามตำราโบราณว่า หากจะนำไปใช้เพื่อแก้ไข้ทับระดู ให้เด็ดใบทั้ง 5 จากต้นนี้ ล้างให้สะอาดแล้วโขลกให้ละเอียด นำไปแช่ในสุราขาวแล้วบีบเอาเฉพาะนำมาดื่มครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ จะสามารถบรรเทาไข้ได้ หรือหากว่าใครมีอาการร้อนใน สามารถนำใบทั้ง 5 ไปต้มในน้ำแล้วนำน้ำนั้นมาดื่มกิน สามารถขับความร้อนและขับเหงื่อได้ดีนัก และยังช่วยขับปัสสาวะอีกด้วย ที่ผมยกมาเล่าคือเรื่องพื้นๆ นะครับ

ลูกใต้ใบหรือหญ้าใต้ใบนั้นเป็นพืชตระกูลมะขามป้อม ซึ่งผมเคยเขียนไปแล้วว่ามะขามป้อมนั้นเป็นยาอายุวัฒนะ คนสมัยก่อน เขาก็จะเก็บต้นลูกใต้ใบเอาไปหั่นแล้วก็ไปตากแดดให้แห้ง ก่อนที่นำไปคั่วไฟเก็บไว้ชงน้ำกิน พระธุดงค์สมัยก่อนก็จะพกหญ้าใต้ใบเป็นยาแก้ไข้ มีอาการไข้ปวดเนื้อปวดตัว ก็จะเอาหญ้าใต้ใบมาต้มกิน และคนสมัยก่อนยังนำลูกใต้ใบมาต้มกินเพื่อขับนิ่วในถุงน้ำดี ในเรื่องของการขับยูริคสำหรับคนที่เป็นโรคเก๊าท์ก็สามารถที่จะเอาหญ้าใต้ใบมาต้มกินเป็นประจำได้

สรรพคุณที่เล่ามานี้ยังไม่ถึงครึ่งของสรรพคุณที่พืชชนิดนี้มีเลยนะครับ ถ้าเพื่อนๆเกษตรกรท่านใด มีไอเดียดีๆ เก็บรวบรวมวัชพืชชนิดนี้มาแปรรูปให้เหมาะสมกับตลาด ก็น่าจะเปลี่ยนวัชพืชเป็นสินค้าคุณภาพได้นะครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook