โครงการทุนปริญญาตรีเพื่อเกษตรกรรุ่นใหม่

สแลน ลดต้นทุุนเพิ่มผลผลิตจริงหรือ?

สแลนคือตาข่ายกรองแสงที่เพื่อนๆ เกษตรกรเราคุ้นตากันดี มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Shading Net ครับ ก็คือใช้เพื่อเป็นร่มเงาให้พืชพันธุ์เราครับ ไม่ว่าแปลงเกษตรที่ในโลกก็ต้องมีใช้ทดแทนเงาจากร่มไม้ใหญ่ โดยการประดิษฐ์คิดค้นสแลนขึ้นมานั้น เขามีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไว้ลดความเข้มข้นหรือความแรงของแสงแดดลง ลดความร้อนที่จะส่งผลกระทบต่อต้นไม้ ทำให้ดินสามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ดีขึ้นต้นไม้ของเราจึงเติบโตได้เต็มที่

สแลนคือผืนตาข่ายที่ผลิตด้วยพลาสติกโพลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง หรือที่เรียกว่า High Density Polyethylene เป็นพลาสติกที่มีความขุ่น ทำให้แสงมีโอกาสผ่านได้น้อย ทนต่อความร้อนสูงสุดได้ถึง 100 องศาเซลเซียสและยังทนต่อความเย็นได้สูง ซึมซับและรักษาความชื้นได้ดี ทนต่อสภาพความเป็นกรดและด่าง ทำให้ใช้งานได้นาน

สแลน

นอกจากให้ร่มเงาแก่แปลงพืชผัก แปลงดอกไม้ของเราแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการคลุมแปลงปลูก หรือทำเป็นรั้วแบ่งพื้นที่ในการทำปศุสัตว์และประมงต่างๆ เช่น บ่อกุ้งและบ่อปลา เพื่อให้ร่มเงาและป้องกันไม่ให้แสงแดดส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปศุสัตว์ของเรา โดยเราสามารถเลือกอัตราการบังแสงให้เหมาะสมกับพืชหรือฟาร์มของเราโดยดูจากเปอร์เซ็นต์การกรองแสงที่ระบุมากับตัวสแลน โดยค่าเปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงก็คือสามารถบังแสงได้มากขึ้นนั่นเองครับ และเรายังสามารถเลือกคุณภาพความทนทานของสแลนได้จากฝีเข็มในการทอยิ่งใช้หลายเข็มยิ่งทนทาน แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่แพงด้วยนะครับ

สำหรับเพื่อนๆ เกษตรกรที่กำลังมองหาสแลนไว้ใช้สำหรับบังแสงให้แปลงเพาะปลูก อาจต้องคำนึงถึงเรื่องช่วงวัยของพืชตามไปด้วย เช่น ช่วงเพาะและอนุบาลต้นกล้า จำเป็นต้องลดแสงแดดสูง จึงควรใช้สแลน 80% เพราะต้นไม้จะได้เติบโตได้ดี แต่เมื่อต้นกล้าแข็งแรงดีแล้ว เราควรเปลี่ยนมาใช้สแลน 50% เพื่อเพิ่มปริมาณแสงแดดมากขึ้น เว้นแต่ว่าเราเลี้ยงพืชที่ต้องการแสงรำไรในทุกช่วงวัย อย่างเช่น กล้วยไม้ เราควรใช้สแลน 80% ตลอดช่วงอายุครับ

การใช้สแลนนั้น เป็นการย่นระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ เพิ่มการออกดอกออกผล โดยเฉพาะกลุ่มผักใบเขียวที่เติบโตได้ดีในสภาวะแดดรำไร ดังนั้นการใช้สแลนพรางแสง จะเป็นการกระจายแสงให้ทั้งแปลงได้รับแสงในปริมาณเท่ากันและทั่วถึง จึงทำให้พืชพันธุ์เติบโตดี ได้ผลผลิตเร็วและเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้น สร้างรายได้ได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อบังแดดได้ ก็ลดอุณหภูมิความร้อนลง และยังรักษาความชื้นได้ดี ทำให้เราไม่ต้องให้น้ำแก่พืชเยอะ และอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ สแลนช่วยลดแรงฝนและแรงลมที่จะทำลายผลผลิตเราได้ในระดับหนึ่งด้วยครับ

สแลนจึงกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ราคาย่อมเยาที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดค่าใช้จ่ายให้แก่พวกเราได้นะครับ

blog.arda.or.th