สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

หอยเชอรี่ มีค่า ไม่ได้เป็นแค่หอยศัตรูพืช

หอยเชอรี่ คือพันธุ์ของหอยทากพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่ในน้ำจืด มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตละตินอเมริกา เป็นหอยที่มีลักษณะละม้ายกับหอยปังและหอยโข่งมาก เพราะเป็นหอยที่มีรูปทรงกลมป้อมและยอดเตี้ยคล้ายกัน สีน้ำตาลเหลืองซึ่งเป็นสีเปลือกที่อ่อนกว่าหอยนาครับ ขอบปากหนา กว้าง เวลาหอยปิดปากจะจมลงไปลึก มีขดหอย 3 รอบ

หอยเชอรี่เป็นศัตรูพืชตัวสำคัญสำหรับข้าว เพราะที่ไหนมีน้ำจืด ก็ย่อมมีหอยเชอรี่อาศัยอยู่ โดยเฉพาะนาข้าว ที่มีต้นข้าวเป็นอาหารอันโอชะของหอยเชอรี่ โดยมันจะเข้าไปทำลายต้นกล้าและต้นข้าวอ่อน ตั้งแต่ลำต้นไปถึงยอดใบกันเลยครับ จนพวกเราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดหอยชนิดนี้ออกไปจากท้องนา ทั้งวิธีธรรมชาติและสารเคมี

หอยเชอรี่

แต่ในวันนี้เราค้นพบแล้วว่าหอยเชอรี่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารชั้นเลิศ ที่เต็มไปด้วยโปรตีน สามารถนำไปขายทำเงินได้อย่างงามเลยครับ จากแต่ก่อนที่เราจับไปทำลายทิ้ง จึงเปลี่ยนเป็นหันมาจับเพื่อนำไปขายเป็นการค้ากันมากขึ้น ทั้งนำไปขายเป็นอาหารของคนทั่วไปหรือนำไปใช้เป็นอาหารเพิ่มโปรตีนให้แก่สัตว์ในฟาร์มต่างๆ โดยเฉพาะฟาร์มเป็ด ไก่ นั่นเองครับ

เพื่อนเกษตรกรหลายท่านอาจจะเริ่มสนใจเลี้ยงหอยเชอรี่กันบ้างแล้วนะครับ เพราะไม่ว่าจะพืชหรือสัตว์ที่เป็นศัตรูพืชทั้งหลายนั้น มีความทนทาน เลี้ยงง่าย โตไว เพราะขนาดเราไม่เลี้ยงหอยเชอรี่ยังแพร่พันธุ์เข้าทำลายต้นข้าวได้เป็นหมื่นไร่ ดังนั้นวิธีเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยากเลยครับ และยังแพร่พันธุ์ได้เร็วอีกด้วย

หาบ่อซีเมนต์มาลองเลี้ยงหอยเชอรี่กันครับ เติมน้ำลงบ่อแล้วนำสาหร่ายหางกระรอกแช่ลงไปในบ่อ แล้วปล่อยหอยเชอรี่ลงในบ่อเลี้ยงเลยนะครับ แล้วก็ให้อาหาร สำหรับอาหารมื้อแรกๆ เราอาจจะให้อาหารปลาดุกที่เป็นอาหารเม็ดนะครับ พอโตขึ้นเราก็ให้ใบมะละกอ หรือผลมะละกอดิบก็ได้นะครับ และใบมันสำปะหลัง

ส่วนระยะเวลาในการเลี้ยงหอยเชอรี่นั้น เมื่อโตเต็มวัยตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปก็พร้อมที่จะขยายพันธุ์ได้แล้ว จะเริ่มจับคู่โดยตัวผู้จะปล่อยสเปิร์มออกมาเข้าสู่ตัวเมียหลังจากนั้นไม่เกิน 2 วัน ตัวเมียก็จะคลานขึ้นไปวางไข่ในน้ำในเวลากลางคืน ตามกิ่งไม้ เวลาออกไข่ประมาณ 1 ถึง 6 ชั่วโมง ไข่จะมีสีชมพูสด จากนั้นก็จะซีดขาวสังเกตดูภายใน 7-12 วัน ก็จะแตกตัวออกมา โดยหอยเชอรี่ตัวเมียสามารถวางไข่ได้ 10 ถึง 14 ครั้งต่อเดือนเลยทีเดียว เลี้ยงดีๆ สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยครับ ถ้าให้ดีก็แปรรูปต้มสุกแช่แข็งยิ่งได้ราคาเลยล่ะครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook