สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

เก๊กฮวย ดอกสีเหลือง เรืองค่า

เก๊กฮวย ภาษาอังกฤษ เรียกกันว่า Chrysanthemum เป็นพืชที่ให้ดอกสีขาวและสีเหลืองตามพันธุ์ที่เพาะเลี้ยง ซึ่งแตกต่างจากพันธุ์ป่าอย่างมาก พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแดนอาทิตย์อุทัย แล้วถูกนำมาแพร่พันธุ์เข้ามายังเมืองไทยเราบนพื้นที่ภูเขาหรือดอย นิยมนำ ดอก เก๊กฮวย มาตากแห้งเพื่อมาชงดับน้ำร้อนดื่มเป็นชา หรือ น้ำ เก๊กฮวย หากดูเผินๆ อาจจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับดอกเบญจมาศ เลยได้ชื่อว่า เบญจมาศสวน อีกชื่อหนึ่งด้วย

ดอกเก๊กฮวยจะผลิบานในช่วงอากาศเย็น จึงได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศไทย ที่เป็นขุนเขาสูง โดยจะผลิดอกเพียงครั้งเดียวในรอบปี จึงต้องมีการถนอมอาหารด้วยการอบแห้ง เพื่อเก็บไว้ดื่มกินในช่วงฤดูกาลอื่น สรรพคุณ ดอกเก๊กฮวย ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบหรือล้มเหลวได้  ไม่ได้มีแค่แก้กระหายเท่านั้นนะครับ และสารที่สกัดได้จากดอกเก๊กฮวยนั้น ยังสามารถใช้เพื่อขับของเสียจากร่างกายออกมาทางเหงื่อ และช่วยซับแบคทีเรียหรือของเสียในร่างกาย ทำให้เลือดลมเดินดี แก้โรคตาแดง ตาฟาง ลดไข้ บรรเทาหวัด แก้ไอ บำรุงเลือด ตับ ไต  ฯลฯ เรียกว่าคุณอนันต์กันเลยล่ะครับ

เก๊กฮวย

ทำให้เพื่อนๆ เกษตรกรบนที่สูงหันมานิยมปลูกดอกเก๊กฮวยกันมากขึ้น และให้ความสนใจในการแปรรูปเป็น ชาเก๊กฮวย หรือนำมาสกัดเพื่อทำเป็นส่วนผสมของยาและเครื่องสำอางหลายประเภท แม้ว่าดอกเก๊กฮวยจะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการดูแลเพื่อจะผลิดอกในช่วงเวลาสั้นๆ ในฤดูหนาวเท่านั้น แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าทีเดียว

การปลูกเก๊กฮวย ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ย 20-28 องศาเซลเซียส มีความชื้นสัมพัทธ์ 75-90%  มีสภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย เพื่อให้มีการระบายน้ำได้ดี และต้องมีส่วนประกอบของอินทรียวัตถุสูงเพื่อให้เกิดผลผลิตที่ดี ค่า pH ของดินประมาณ 6.5-7.5

การเตรียมดินในการเพาะปลูกเก๊กฮวย ต้องทำการไถดะ 2-3 ครั้ง เพื่อพลิกดินขึ้นมาตากและฆ่าเชื้อโรคในดิน และยังทำให้ดินโปร่งขึ้น และทำการไถแปรซ้ำอีกครั้ง พร้อมทั้งผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าไปในดินด้วย การขยายพันธุ์เก๊กฮวย สามารปักชำได้ด้วยหน่อที่มีรากสมบูรณ์ และควรปลูกในช่วงฤดูฝน เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี

ควรมีการควบคุมวัชพืชเพื่อให้ต้นเก๊กฮวยเจริญเติบโตได้เต็มที่และให้ผลผลิตดี โดยเริ่มกำจัดวัชพืชหลังจากปักชำไปแล้ว 1 เดือน และหมั่นกำจัดอย่างสม่ำเสมอ โรคพืชที่ควรระวังคือเพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ รากเน่า และโรคใบจุด ควรมีการใช้จุลินทรีย์ฉีดพ่นเป็นระยะ

เมื่อเก๊กฮวยเริ่มผลิดอก ก็ถึงเวลาที่เราจะเก็บเกี่ยวผลผลิตกันแล้วครับ วิธีการตัดก็คือบริเวณลำต้น ให้สูงเหนือพื้นดินขึ้นมาซัก 10 เซนติเมตรครับ ส่วนเพื่อนเกษตรกรท่านใดจะตากแห้งเพื่อแปรรูปก็ว่ากันไปครับ เพราะเป็นวิธีการเพิ่มมูลค่าได้ดีมาก อีกทั้งยังทำให้การขนส่งไปยังผู้บริโภคง่ายขึ้นด้วยครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook