สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

กล้วยตานี ราชินีแห่งกล้วย

กล้วยตานี เป็นกล้วยที่เราได้ยินชื่อมายาวนาน โดยแต่ละท้องถิ่นก็จะเรียกชื่อแตกต่างกันไป บางพื้นที่อาจเรียกว่า “กล้วยผี” เพราะคำว่า ตานี นั้น ไปพ้องกับเรื่องราวของ ผีตานี นั่นเองครับ จนมีความเชื่อว่า ต้นกล้วยตานีนั้นเป็นต้นกล้วยผีห้ามปลูกในบ้านกันเลยทีเดียว ทั้งที่ความจริงแล้ว เหตุผลที่คนไม่นิยมปลูกกล้วยตานีในบ้านนั้น เป็นเพราะอาจจะทำให้กล้วยพันธุ์อื่นๆ ที่ปลูกไว้อยู่แล้วกกลายพันธุ์นั่นเองครับ จนทำให้กล้วยตานีกลายเป็นกล้วยที่หายากมากในปัจจุบัน

กล้วยตานี ราชินีแห่งกล้วย

แต่ก่อนนั้นบ้านเราจะนำกล้วยตานีมาบริโภคเป็นอาหารและผลไม้ ทั้งนำส่วนของปลีกล้วยมาปรุงเป็นอาหารประเภท หมกและแกง และยังนำส่วนของหยวกจากบริเวณด้านในของต้นกล้วยมาทำแกง ส่วนผลดิบขอกล้วยก็ยังนำมาทำเป็นส้มตำ ส่วนผลกล้วยสุกก็นำมารับประทานกันสดๆ ได้ เพราะกล้วยนั้นมีสรรพคุณมากมาย เช่น ใบตองตากแห้ง ต้มรวมกับใบมะขาม ใช้อาบล้างชำระร่างกายเพื่อรักษาผื่นคัน รากของต้นกล้วยล้าให้สะอาดแล้วต้มเป็นช่วยขับร้อน แก้กระหาย ลำต้นนำมาสับหยาบผสมน้ำเล็กน้อยแล้วขยำเข้าด้วยกันแล้วชโลมศีรษะเพื่อป้องกันผมหลุดร่วงและกระตุ้นผมให้เกิดใหม่  เป็นต้น

กล้วยในบ้านเรานั้นมีมากถึง 71 พันธุ์ จนท่านพระยาศรีสุนทรโวหาร ได้แต่งเป็นกาพย์ไว้ในแบบเรียนยุคก่อนเก่า แต่หากจะแบ่งกันตามลักษณะทางพันธุกรรมหรือตามพ่อแม่พันธุ์สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มกล้วยป่า และกลุ่มกล้วยตานี เท่านั้น  แล้วจึงค่อยกลายเป็นพันธุ์ลูกผสมแตกเป็นพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ

ที่น่าสนใจสำหรับกล้วยตานีไม่ใช่เพียงนำผลกล้วยไปขายหรือนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์เป็นอาหารและยาเท่านั้น ปัจจุบันนี้มีการนำกล้วยตานีมาใช้ประโยชน์ทางแฟชั่นจนมีมูลค่ามหาศาล จากเดิมที่ทุกส่วนของต้นกล้วยตานีตั้งแต่ยอดจดโคนถูกนำไปใช้ประดิษฐ์เป็นบายศรีและบรรจุภัณฑ์ นำมาฟอกสีต่างๆ น้ำยางนำมาใช้เพ้นท์สีธรรมชาติ ส่วนของก้านนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสาน สร้างงานหัตถกรรม ลำต้นนำมาใช้เป็นเชือกกล้วย และกาบกล้วยที่เป็นแผ่นบางๆ นั้น สามารถนำมาผลิตเป็นกระเป๋าโดยการนำมาพัฒนาเป็นกาบกล้วยเสมือนหนัง ซึ่งกาบกล้วยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้มีความโดดเด่นที่ลวดลายจะมีเอกลักษณ์ แต่ละต้นจะมีลวดลายไม่เหมือนกันเลย เป็นลวดลายที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น จึงทำให้กระเป๋าที่ผลิตได้นี้ กลายเป็น “ลายเดียวในโลก” ที่มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น นำกระแสแฟชั่นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จนทำให้เกิดเป็นที่นิยมแก่คนรักแฟชั่นอย่างรวดเร็ว ทำให้กล้วยตานีกลับมาที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้ง และยังทำให้ต้นกล้วยตานีกลับมาเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วยครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook