สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ต้นเสลา ดอกสวย

ต้นเสลา ต้นไม้ที่อ่านออกเสียงว่า “สะ-เหลา”  มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Thai bungor ในบ้านเราเรียกชื่อแตกต่างกันไป เช่น ต้นตะเกรียบ ต้นตะแบกขน ต้นเสลาใบใหญ่ และต้นอินทรชิต เป็นพันธุ์ไม้มงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ทรงพระราชทานโปรดเกล้าให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัดนำไปปลูกเนื่องในวันเริ่มโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ฯ และเป็นไม้ประจำจังหวัดนครสวรรค์ และประจำมหาวิทยาลัยนเรศวรอีกด้วย ต้นไม้มงคลชนิดนี้ เป็นไม้ที่เชื่อกันว่าเมื่อนำไปปลูกในพื้นที่บ้านใด ผู้อยู่อาศัยจะมีความมั่นคงมากขึ้น มีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุขขึ้น

ต้นเสลามักจะพบเห็นได้ในป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ทั้งป่าดงดิบ ป่าใกล้หาด และป่าเบญจพรรณ  เป็นไม้ที่เจริญเติบโตได้ช้า สามารถสูงได้ถึง 20 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ มีใบหนาแน่นเป็นทรงพุ่มกลมทึบ กิ่งโน้มห้อยดิ่งลงพื้น ส่วนของลำต้นนั้นแข็งแรง กลม เปลือกไม้ของลำต้นมีสีเทาเข้มมาก มีความขรุขระ ปรากฏรอยริ้วแตกเป็นทางยาวทั้งพื้นผิวของเปลือก แตกใบเดี่ยว การผลิใบจะผลิแบบตรงข้าม ใบมีความกว้างและยาวไม่เกิน 10 x 24 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบคล้ายหอก โคนใบกลมมน มีขนอ่อนบนผิวใบทั้งด้านหน้าและด้านหลังใบ เมื่อผลิดอกจะให้ดอกเป็นช่อทรงกระบอก ดอกหนาแน่น สีม่วง และมีกลีบรองสีเหลืองตัดกันงดงาม สดใส เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีความกว้างถึงประมาณ 8 เซนติเมตร ส่วนใหญ่แล้วจะให้ดอกในช่วงเดือน มี.ค – เม.ย.ของทุกปี ก่อนที่จะให้ผลที่มีเปลือกผิวแข็ง ขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และแก่เต็มที่ในช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ.

การขยายพันธุ์นั้น จะใช้การเพาะเมล็ด ซึ่งมีอัตราการงอกของเมล็ดร้อยละ 75 ใช้ระยะเวลาเพื่อรอการงอกไม่เกิน 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นทำการเพาะชำใช้เวลาประมาณ 4 เดือนจึงได้ต้นกล้าเสลาที่มีความสูงราว 15-20 เซนติเมตร ที่พร้อมทำการย้ายเพื่อลงปลูกต่อไป ต้นเสลาจะเติบโตได้ดีในดินร่วน เพราะหากเกิดน้ำท่วมขังอาจเป็นโรครากเน่าได้ มีความต้องการน้ำปานกลาง ทนแดดได้ดี ทนแล้งและสามารถเติบโตในในดินเค็ม หากจะนำไปปลูกเป็นไม้ริมรั้ว ควรให้ความสำคัญกับระยะห่างที่ควรต้องเว้นระยะราว 5-8 เมตร เพื่อไมให้พุ่มขี่กันและแย่งธาตุอาหารกัน ส่วนความลึกของหลุมปลูกนั้นควรลึกประมาณ 50-100 เซนติเมตร ควรใช้ปุ๋ยคอก 3 ส่วนผสมเข้ากันกับทรายหยาบ 1 ส่วน ขี้เถ้า 1 ส่วน และแกลบ 1 ส่วน ใส่รองไว้ก้นหลุม เมื่อปลูกเสร็จแล้วให้รดน้ำให้ชุ่มชื้นพอประมาณ แล้วหมั่นกำจัดวัชพืช รอเวลาให้ต้นไม้มงคลเติบโตให้ร่มเงาต่อไป

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook