สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่ https://tarr.arda.or.th/ปี 2565

ผักกาดแก้ว ผักใบมากประโยชน์

ผักกาดแก้ว เป็นผักใบที่ผู้บริโภคนิยมรับประทานใบสด ๆ ใบผักกาดแก้วจะห่อตัวหลวมๆ คล้ายๆ กระหล่ำปลี ใบสีเขียวอ่อน อุ้มน้ำ ทำให้รู้สึกได้ถึงความกรอบในขณะที่เคี้ยว คนนิยมนำมารับประทานเคียงกับยำ ลาบ เมนูปิ้งย่าง เสต็ก และนำมาประกอบกับพืชผักอื่นๆ เป็นสลัดต่างๆ และในร้านอาหารบางแห่งยังนำมาใช้เป็นผักประดับจานอีกด้วย โดยเฉพาะร้านอาหารไทยในต่างประเทศ

ผักกาดแก้ว มีสรรพคุณทางยาหลายประการ ทั้งระบายท้อง บรรเทาอาการท้องผูก มีคาร์โบไฮเดรตสูงสุดไม่เกิน 3% และการดื่มน้ำผักที่สกัดจากผักกาดแก้ว จะช่วยทำให้ผ่อนคลายและหลับง่ายขึ้น นอกจากความอร่อย ก็ยังมีคุณประโยชน์แบบนี้ จึงทำให้ตลาดต้องการมากขึ้นๆ แล้วเกษตรกรมืออาชีพอย่างไร จะมองข้ามก็น่าเสียโอกาสนะครับ

การปลูกผักกาดแก้วหรือผักตระกูลสลัดนั้น เรารู้กันดีว่าปลูกง่าย แต่การจะปลูกให้ได้ผลผลิตสูงๆ และใช้ต้นทุนน้อยนั้น ต้องศึกษากันดีๆ ครับ หัวใจอยู่ที่ดินครับ ไม้เด็ดที่สุดคือดินต้องพร้อม ถ้าไม่พร้อมเราก็ต้องทำให้พร้อมให้ได้ครับ ก่อนเริ่มเรื่องอื่นเราต้องมาวัดค่าดินในบริเวณที่เราจะทำแปลงผักกาดแก้วกันก่อน ค่าดินควรจะอยู่ที่ pH6-6.5

การเตรียมพื้นที่ต้องทำการปรับดินให้ร่วนซุยและลดความแน่นของเนื้อดิน และยังต้องทำให้ดินมีเนื้อดินที่ละเอียด ด้วยการไถดะประมาณ 3 รอบ และผึ่งดินทิ้งไว้ 10 วัน เพื่อฆ่าแมลงและศัตรูพืชที่ปนเปื้อนอยู่ในดิน และทำการถอนวัชพืชต่างๆ ออกให้หมดเพื่อไม่ให้รบกวนผักกาดแก้วของเรา แล้วนำปูนขาวมาผสมกับดินที่ตากไว้เพื่อปรับสภาพความเปรี้ยวความเค็มของดิน โดยเฉลี่ยประมาณ 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ ขึ้นอยู่กับสภาพดิน

แปลงที่เราจะใช้ในการเพาะปลูกนั้น ควรยกร่องสูงราวครึ่งเมตร ทำแปลง  .2*40 เมตร และเว้นระยะแต่ละแปลงตามเหมาะสม โดยพื้นที่ 1 ไร่ จะสามารถยกแปลงได้ประมาณ 20-25 แปลงครับ เมื่อทำแปลงเสร็จก็ทำการให้ปุ๋ยคอกประมาณ 1-2 ตันต่อไร่ เพื่อเป็นการเพิ่มธาตุอาหารและทำการไถพรวนอีกรอบเพื่อเพิ่มความร่วนซุยโปร่งแก่ดินจึงจะให้ผลผลิตได้ดี และเมื่อปลูกเสร็จแล้ว เราต้องคลุมด้วยฟาง

หมั่นให้น้ำวันละ 1-2 ครั้ง และอาจไม่ต้องให้น้ำเลยหากมีฝนตกชุ่มฉ่ำพอ และควรขยันกำจัดวัชพืชจากแปลง เพื่อจะได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ ขายได้ราคา การรดน้ำขอให้เราใช้น้ำต่อเข้าสายยางแล้วเดินฉีดบริเวณหน้าดิน เพื่อให้แรงของน้ำกำจัดไข่แมลงพืชออกจากใบและเป็นการสำรวจสภาพแปลงผักของเราเองด้วย

แค่เพียง 2 เดือนกว่าๆ ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายได้แล้วครับเว้นช่วงพักแปลงไว้ 30 วัน แล้วเราก็เริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูกไปได้เรื่อยๆ ครับ

สามารถสืบค้นผลงานวิจัยและองค์ความรู้การเกษตร ได้ที่  https://tarr.arda.or.th

พันธมิตร

Chulabook